วกดวงวิญญาณท ที่อยู่ในป่า
กระทั่งเช้าตรู่วันต่อมา เฟิ่งจิ่วกับหวันเหยียนสิบสามก็แยกทางกับเขา ตอนแยกกัน นักพรตเฉินมองพวกเขาสองคน ก่อนเอ่ยว่า “ทั้งสองคน ภายหน้าหากมีโอกาสก็มาที่พรรคเริงรมย์ ข้าจะ ะต้อนรับพวกเจ้าอย่างดีแน่นอน”
“แน่นอน” ทั้งสองพยักหน้า หลังจากกล่าวลากัน ก็เห็นเขาพาหญิงสาวพวกนั้นขี่อาวุธบินจากไป
กระทั่งเมื่อมองไม่เห็นเงาร่างของพวกเขาแล้ว เฟิ่งจิ่วกับหวันเหยียนสิบสามจึงเดินลึกเข้าไปในป่า เดินไปตามแนวต้นไม้ จนมาถึงหน้าผาที่อยู่ด้านใน
ยืนมองลงไปจากบนหน้าผา เห็นแต่ผืนป่าทึบและเขียวชอุ่ม แต่ความสูงระดับนี้ หากคนที่ได้รับบาดเจ็บตกลงไป เกรงว่า…
“พวกเราลงไปดูกันหน่อยเถอะ!” เฟิ่งจิ่วว่า สายตาจดจ้องลงไปข้างล่าง หวังว่าจะมีคนช่วยพี่สาวของนางนะ! ไม่อย่างนั้นเกรงว่าคงจะคิดไปในแง่ดีได้ยากแล้ว
“ไปกันเถอะ!” หวันเหยียนสิบสามเอ่ยขึ้น ก่อนจะขี่กระบี่ลงไป
………………………………….