” เขามองทั้งสองแวบหนึ่ง พอเห็นป้ายห้อยเอวที่เฟิ่งจิ่วล้วงออกมาให้ดู ก็พยักหน้า “ลองว่ามาสิ! ภูเขาหยินคือสถานที่แบบใด? และวิญญาณพวกนี้ก็เป็นสิ่งชั่วร้าย เหตุใดพวกเจ้าต้องปกป้องพวกมัน”
เฟิ่งจิ่วหันไปมองผีน้อยที่ท่าทางหวาดกลัวแวบหนึ่ง ก่อนตอบว่า “เมื่อครู่ผีน้อยตนนี้ช่วยข้าจับโสมวิญญาณได้ อีกทั้งยังห้ามไม่ให้ข้าเดินลึกเข้ามา ข้ากำลังจะถามว่าเพราะอะไร ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องดังมาจากทางนี้ก่อน”
นางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดกับหวันเหยียนสิบสามว่า “ท่านเล่าเรื่องภูเขาหยินให้นักพรตนี้ฟังก็แล้วกัน! ข้าจะไปถามผีน้อยตนนั้นหน่อย” เอ่ยจบ นางก็เดินไปหาผีน้อยตนนั้น
อาจเพราะเฟิ่งจิ่วช่วยพวกมันไว้ ฉะนั้นวิญญาณดวงอื่นจึงเพียงมองอย่างหวาดระแวงเล็กน้อย ไม่ได้แตกตื่นหรือแยกย้ายกันหนีแต่อย่างใด เพียงยืนดูนางค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้
“พวกเจ้าช่วยเล่าเรื่องแถวๆ นี้ให้ข้าฟังหน่อยได้หรือไม่ พวกเจ้าอยู่ที่นี่ เชื่อว่าจะต้องรู้เรื่องที่เกิดขึ้นที่ภูเขาหยินด้วยเป็นแน่ ใช่หรือไม่?” นางถามวิญญาณพวกนั้น
“ที่นั่นมีราชาผีที่แข็งแกร่งมาก แล้วก็มีคนจากพรรคมารเลี้ยงและฝึกผีอยู่ที่นั่นด้วย พวกข้าก็ไม่กล้าเข้าใกล้ที่นั่นมาก หา