ผมเผ้ายุ่งเหยิง ดวงหน้าเศร้าโศก ราวกับไม่ได้ยินคำพูดของหวันเหยียนสิบสาม นางยังคงกอดลูกแน่น
เวลานี้ พ่อของเด็กก้าวเข้าไป ก่อนบอกว่า “พวกเขาบอกว่ารักษาลูกเราให้หายได้ เจ้ารีบอุ้มลูกไปไว้บนเตียงเร็วเข้า ให้พวกเขาดูลูกหน่อย ไม่แน่อาจจะรักษาหายจริงๆ ก็ได้”
หญิงวัยกลางคนได้ยินก็อุ้มลูกคุกเข่าต่อหน้าหวันเหยียนสิบสามกับเฟิ่งจิ่วทันที “ข้าขอร้องพวกท่าน ขอร้องพวกท่านช่วยลูกข้าด้วย ลูกของข้าเป็นเด็กดีและเชื่อฟังมาก ภายหน้าหาก เป็นอย่างนี้ข้าจะทำอย่างไร…”
“วางใจเถอะ! ข้ารักษาได้ เจ้าอุ้มเขาไปวางบนเตียงเถอะ” หวันเหยียนสิบสามพยักหน้า
พ่อของเด็กรีบประคองนางขึ้น ก่อนจะรับเด็กไปวางลงบนเตียง จากนั้นก็ดึงภรรยาไปยืนดูอยู่ข้างๆ
เฟิ่งจิ่วยืนดูอยู่ข้างๆ ไม่นานก็เห็นหวันเหยียนสิบสามเดินมายืนข้างเตียง จากนั้นก็หยิบยันต์สีแดงแผ่นหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ กำชับว่า “เอาถ้วยชามาให้ข้าหนึ่งใบ”
เฟิ่งจิ่วที่ยืนอยู่ด้านหนึ่งหยิบชาแก้วหนึ่งให้เขา เห็นเขาจิ้มปลายนิ้วของเด็กคนนั้น บีบเลือดใส่ถ้วยชา จากนั้นก็ใช้นิ้วตนเองจุ่มเลือดในแก้วและวาดยันต์ลงบนกระดาษ สุดท้ายก ก็ใช้นิ้วที่เปื้อนเลือดกดลงตรงหว่างคิ้วของเด็