ตรงนี้ได้หรือไม่”
“ใช่ ข้าต้องขอบคุณท่านจริงๆ ที่วาดยันต์บ้าๆ ลงบนหน้าของข้า”
“เรื่องนั้นโทษข้าได้อย่างไร! ข้าก็บอกแล้วว่าทำเพื่อช่วยเจ้า หากข้าไม่วาดยันต์…ช่างเถอะ ไม่พูดแล้ว ข้าว่าแล้วว่าแม่หนูน้อยอย่างเจ้าจะต้องเป็นคนไม่รู้บุญคุณคน” เขาโบกมือ ทำท่าเหมือนไม่อยากจะเสวนากับนางอีก
เฟิ่งจิ่วพันแผลเสร็จก็เดินไปหยุดอยู่ข้างศพของหญิงงามชุดดำกับชายฉกรรจ์ ค้นและเก็บทรัพย์สินทั้งหมดบนตัวพวกเขามา ส่วนชายชราคนนั้นนางหันไปพูดกับหวันเหยียนสิบสามว่า “ท่า านจัดการเองก็แล้วกัน!”
“เจ้าคนเดียวเอาไปถึงสอง?” หวันเหยียนสิบสามเหล่มองสิ่งของในมือของนาง “ดูแล้วมีของดีไม่น้อย”
“ก็ข้าเป็นคนฆ่าสองคนนี้นี่!” นางเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะล้วงเหรียญทองจำนวนหนึ่งในถุงฟ้าดินของหนึ่งในสองคนนั้นมาวางบนโต๊ะ จากนั้นก็หันไปพูดกับเถ้าแก่ที่ฟื้นแล้วแต่ยั งไม่กล้าโผล่หน้าออกมาว่า “เงินนี่ถือเป็นค่าชดใช้”
“ยังไม่ได้กินอะไรเท่าไรเลย พวกเราเปลี่ยนร้านกันเถอะ!” หวันเหยียนสิบสามเอ่ยขึ้น ก่อนจะหันไปมองข้างนอกแวบหนึ่งราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้
………………………………….