นี้ด้วย ดูท่าทางคงจะมามุงดูเราอยู่กระมัง”
หวันเหยียนสิบสามซดน้ำแกงจนหมดชาม ก่อนจะหันไปมองข้างนอกแวบหนึ่ง เอ่ยขึ้นว่า “ข้ามั่นใจได้ว่านอกจากเจ้าลูกเต่าพวกนั้น ข้าไม่เคยบาดหมางกับคนที่นี่อีก อีกอย่างคนกลุ่มเมื อครู่ก็ไม่ใช่คนที่นี่ด้วย เดาว่าคงรู้ข่าวแล้วพากันมาซุ่มรออยู่ที่นี่”
เฟิ่งจิ่วไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงหันไปคีบอาหารกินต่อ เมื่อครู่ไม่ได้กินอิ่ม ตอนนี้จึงไม่อยากถูกขัดจังหวะการกินอีก
ทั้งสองกินข้าวอยู่ในหอสุรา คนข้างนอกก็พากันมามุงดูมากขึ้นเรื่อยๆ ผ่านไปไม่นาน ชายวัยกลางคนอ้วนเตี้ยคนหนึ่งพาคนเดินเข้ามาล้อมด้านหน้าหอสุรา
มีคนเห็นชายวัยกลางคนอ้วนเตี้ยมา รีบสาวเท้าไปยืนข้างเขาทันที “ท่านเจ้าเมือง ท่านมาเสียที สองคนนั้นอยู่ในหอสุรา!”
“พวกเจ้าเห็นสองคนนั้นเลี้ยงผีทำร้ายคนจริงหรือ” ชายวัยกลางคนถาม
“ก็ใช่น่ะสิขอรับ หอสุราแห่งนั้นถูกพวกเขาสองคนทำลายจนย่อยยับ กลางวันแสกๆ จู่ๆ พวกข้าก็ไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นข้างใน พอเห็นอีกครั้ง ที่แห่งนั้นก็มีศพล้มอยู่บนพื้นเต็มไปห หมด ข้ายังเห็นผู้ชายคนนั้นถือธงเล็กๆ โบกไปโบกมา จากนั้นดวงวิญญาณพวกนั้นก็ถูกเขาเก็บไปหมดแล้ว”
“ลูกสาวอายุห้าขวบของตระก