ฟิ่งจิ่ว “เจ้ารู้แล้วทำไมไม่เตือนข้า!”
“อยากเตือนนะ แต่เห็นท่านกินไปเยอะขนาดนั้นจึงคิดว่าช่างเถอะ อย่างไรเสียก็ไม่ใช่พิษ เป็นแค่ยาเท่านั้น” เฟิ่งจิ่วเผยยิ้มออกมา เห็นเขาที่ใกล้จะล้มลงไปแล้ว นางพลิกฝ่ามือ ยา าเม็ดหนึ่งปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือ ยื่นมือรินสุราให้เขาหนึ่งแก้ว ขณะเดียวกันยาเม็ดนั้นก็ลื่นลงไปในแก้วสุราด้วย
“ดื่มเสียเถอะ!” นางบอกเขา
เห็นดังนี้ หวันเหยียนสิบสามจึงรับแก้วสุราไป จากนั้นก็ดื่มสุราที่ผสมยาไว้เข้าไปโดยไม่ถามอะไรมาก เขาลองขับเคลื่อนลมปราณเพื่อเร่งฤทธิ์ยา ก็รู้สึกว่าเมื่อสุราผสมยาถูกกลื นลงท้องไป ในร่างกายเกิดอาการร้อนวูบวาบ ไอร้อนขุมนั้นเคลื่อนไหวอยู่ในร่างกาย ทำให้กลิ่นอายพลังวิญญาณที่สลายหายไปก่อนหน้าเริ่มกลับมามั่นคง แม้แต่สติที่เลือนรางก็เริ่มกลับม มาชัดเจนแล้ว
“เสี่ยวเอ้อร์!”
หวันเหยียนสิบสามตบโต๊ะเสียงดัง ทำเอาสะท้านสะเทือนไปทั้งชั้นหนึ่ง แขกเหรื่อต่างก็หันมามองทางนี้
“ลูกค้า มีอะไรหรือ” เสี่ยวเอ้อร์รีบวิ่งมาถาม พลางปลอบขวัญแขกคนอื่นๆ ไปด้วย
“ข้าจะไม่พูดมากแล้ว มา เจ้ามากินดูสักสองสามคำ” หวันเหยียนสิบสามจ้องสองคนนั้น จากนั้นก็สั่งให้เสี่ยวเอ้อร์เข้ามา
เสี่ยวเอ้อร์ตกใจ