ท่านสู้เก่งมาก ตอนนี้ก็อยู่ว่างๆ ลองสู้กับพวกข้าสักหลายกระบวนท่าดีหรือไม่” หลัวอวี่ฉีกยิ้ม ดวงตาจ้องอาวุโสเหมย ร รู้สึกว่าตาเฒ่าคนนี้ดูไม่มีอะไรพิเศษ
“พวกเจ้าคิดจะใช้คนหมู่มากมารังแกคนแก่อย่างข้าหรือ” อาวุโสเหมยร้องแปลกๆ ก่อนจะขยับตัวไปอีกทาง ทำท่าจะหาโอกาสหนี
“จะเป็นไปได้อย่างไร ล้วนเป็นคนจวนเดียวกัน พวกเราแค่อยากมาซ้อมมือกับท่านเท่านั้น” หลัวอวี่ยิ้มบอก
“อย่างนี้ไม่ค่อยดี ไม่ดี หากคุณหนูรู้เข้า จะตำหนิว่าข้ารังแกพวกเจ้าได้ ถึงตอนนั้นข้าจะปกป้องถ้วยข้าวเอาไว้ไม่ได้นะ” อาวุโสเหมยโบกมือ พลางขยับไปข้างๆ คิดจะหนีพวกเขา
หลัวอวี่กับตู้ฝานสมองหน้ากัน ยิ้มบอกว่า “จะเป็นไปได้อย่างไร พวกเรารู้ว่าควรหยุดตอนไหน ไม่ทำให้ถึงชีวิตหรอกน่า มาๆ ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น อย่าถ่อมตัวเกินไปเลย”
ได้ยินอย่างนี้ อาวุโสเหมยสายตาพลันไหวระริก “ครอบครัวเดียวกัน? ข้าตัวคนเดียว ไม่เคยคิดว่าจะมีวันที่มีครอบครัวกับเขาด้วย” เขามองอีกฝ่ายแวบหนึ่ง ก่อนตอบว่า “ก็ได้! ในเมื่อพ พวกเจ้าเห็นข้าเป็นครอบครัวเดียวกัน ข้าย่อมยอมทำตามแต่โดยดี ซ้อมมือกับพวกเจ้า แต่ต้องตกลงกันก่อนนะ แพ้แล้วห้ามแตกคอกัน”
“ไม่แตกคอ พวกเราไม่ได้ใจแคบขนา