่อยเป็นอย่างไร”
ชายชราที่เดินตามหลังมาชะงักเท้า เขามองไปรอบๆ ก่อนที่จะหันมามองเฟิ่งจิ่วแล้วหัวเราะในลำคอ “ฝึกซ้อมกับเจ้า? แต่ว่า ข้าทำใจลำบากน่ะสิ!”
เฟิ่งจิ่วมุมปากกระตุก เหลือบมองเขาอย่างหมดคำพูด ได้ยินเสียงเขาพึมพำอย่างกลัดกลุ้มอยู่ตรงนั้น
“เจ้าว่า หากข้าสู้เต็มกำลัง เจ้าจะต้องไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าแน่ แต่เจ้าเป็นผู้มีพระคุณของข้า หากข้าชนะเจ้า แล้วเจ้าไล่ข้าไปเพราะความอับอายจะทำอย่างไร”
เฟิ่งจิ่วหนังตากระตุก ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ไม่หรอก”
“หากข้าจงใจไว้หน้าเจ้าด้วยการออมมือ อย่างนั้นเจ้าก็อาจจะรังเกียจว่าข้าไม่ได้เรื่อง และไม่ให้ข้าเป็นพ่อบ้านให้เจ้าอีก เจ้าว่าหากทำอย่างนี้ข้าก็เสียแรงเปล่าน่ะสิ”
เฟิ่งจิ่วเหลือบมองเขา นาทีต่อมา เงาร่างของนางพุ่งออกไปโจมตีเขาด้วยฝ่ามือ ความเร็วนั่นทำให้ชายชราอึ้งงันเล็กน้อย ก่อนจะถอยหลังไปหนึ่งก้าว หลบการโจมตีของเฟิ่งจิ่วไปอย่างง่า ายดาย จากนั้นก็หมุนตัวสาวเท้าออกวิ่ง
“เดี๋ยวสิ! มีอะไรก็พูดกันดีๆ อย่าลงไม้ลงมือกันสิ” ชายชราตะโกน เขาหาที่หลบ แต่กลับเห็นว่าที่นี่เป็นพื้นที่โล่งกว้าง อยากซ่อนก็ไม่มีที่ซ่อน จึงโฉบตัวพุ่งเข้ามาพร้อมกับกำปั น
“โอ๊ย!”
เขาร้องคร