าคาซื้อและราคาขายถือเป็น ‘กำไร’ ของกิจการรถลาก ซึ่งดูเหมือนจะน้อยนิด ทว่า ‘กำไรน้อยยอดขายมาก’ ใช่ว่าจะทำกำไรไม่ได้
วัตถุดิบที่จูซานเอ่ยว่ายัง ‘ขาด’ ที่แท้สิ่งนั้นก็คือ ‘พริก’
ปีแรกที่ทดลองปลูก หญิงปากสว่างพยายามอยู่หลายต่อหลายครั้ง แทบจะเก็บเมล็ดไปปลูกไม่ได้
ปีนี้เป็นปีที่สอง และเพราะยังไม่ได้ขยายพื้นที่ปลูก ผลผลิตจึงไม่มากนัก แต่ก็เพียงพอจะนำมาทำอาหารเผ็ดที่เป็น ‘เอกลักษณ์’
จูเอ้อร์ครุ่นคิดอย่างรอบคอบ แต่นึกไม่ถึงว่า ‘วัตถุดิบ’ ที่มีรสชาติที่เขาโปรดปรานที่สุดจะเป็นปัญหา
“เจ้าเคยบอกว่าพ่อเจ้าก็เคยเห็นมันมาก่อนไม่ใช่หรือ?” เดิมทีหลังถูกพี่ชายปราม จูเอ้อร์ก็ต้องการหลีกเลี่ยง นึกไม่ถึงว่าคราวนี้จะย้อนกลับมาหาตน นี่เป็นเรื่องสำคัญ เขาทำได้เพียงยืนกรานกับอีกฝ่าย
เปี้ยนชิวอิ่งพยักหน้า “อื้ม!”
จูเอ้อร์รีบบอก “เช่นนั้นตอนนั้นพ่อเจ้าทำอย่างไร เขาได้บอกหรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น?”
เปี้ยนชิวอิ่งแสร้งทำเป็นนึกไม่ออก “ข้ารู้ว่าเคยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น แต่เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ข้าก็ไม่อาจจำได้แน่ชัด…”
“เจ้าจะจำไม่ได้ได้อย่างไร” จูเอ้อร์ร้อนรน “เรื่องนี้สำคัญมาก เจ้ารีบคิดทบทวนว่าจำสิ่งใดได้บ้าง”
“ข้าคิดแล้ว พี่จูเอ้อร์ ไม่อย่างนั้นท่านพาข้าไปที่ไร่เถอะ บางทีข้าอาจจำได้เมื่อเห็นว่าตอนนี้พริกเป็นอย่างไร…”
จูเอ้อร์ไม่คิดมาก เขารีบลากเปี้ยนชิวอิ่งออกไปนอกประตู
“ได้ ข้าจะพาเจ้าไปที่ไร่”
หลิวซื่อที่เพิ่งออกมา