องลูกหลานบ้าง
ลักษณะของจูชีไม่เหมาะกับบทกวีหรือสิ่งที่เข้าใจกันแค่ในวงจำกัด ในเมื่อทำไม่ได้ก็ปรับให้เรียบง่าย เพียงเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กก็ได้ไม่ใช่หรือ
อย่างซานเป่ากับซื่อเป่าซึ่งอยู่ในวัยกำลังโตก็ต้องได้รับความรู้ สามารถใช้สิ่งนี้กับพวกเขาได้เช่นกัน
“ไม่เลย ความคิดของท่านแม่ไม่เคยไม่ได้ผล”
จูชี ‘วางใจเต็มร้อย’ กับความคิดของเย่อวี๋หราน
วันต่อมา เยี่ยนเหออันเห็นจูชีอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ราวกับว่า ‘สีหน้าหดหู่’ ของเมื่อวานได้หายวับไป
เขาหัวเราะแล้วพูดว่า “เป็นอย่างไรบ้าง? ข้าบอกแล้วว่าไม่ใช่เรื่องยาก”
“ฮ่า ๆ… เหออัน ถูกของเจ้า” จูชียิ้มกว้าง
เขาไม่ได้เล่าให้เยี่ยนเหออันฟังโดยละเอียด ถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็ยังไม่หลุดออกไป และมารดาของเขาคงไม่แพร่งพรายให้ใครรู้
บางครั้งคนเราจำต้องระวังตัวเอาไว้ มีผลประโยชน์กองโตอยู่ตรงหน้า ใครเล่าจะรู้ว่าคนอื่นจะ
‘ละโมบ’ ขึ้นมาหรือไม่
ทว่าเย่อวี๋หรานใช่ว่าจะไม่เคยได้ประโยชน์จากเยี่ยนเหออัน ชุดสิบสองราศีก็เขียนด้วยฝีมือเขา ภาพเขียนพู่กันคราวนี้ นางก็ยังตั้งใจจะไหว้วานเขาอีกครา
นางไม่ใช่คน ‘เนรคุณ’ เมื่อมีผลประโยชน์เช่นนี้ นางจึงไม่อาจ ‘เขี่ย’ เขาทิ้งได้
ใครจะรู้ว่าจูชีได้โอกาสมาคราวนี้เพราะโชคของตนเอง หรือเพราะหยิบยืมโชคของเยี่ยนเหออันมา
บางครั้งคนเราก็ต้องเรียนรู้ที่จะ ‘ยินดีกับโชค’
ไม่กี่วันต่อมา จูชีก็ส่งภาพร่างชุดแรก
“เร็วขนาดนี้เชียวหรือ!” ยามนี้ถึ