ชีหน้าแดงก่ำ
“เหออัน เจ้าคิดว่าทำไมพวกเขาถึงชมข้าแบบนี้นะ?” จูชีกล่าวอย่างขัดเขิน “ภาพวาดของข้าสู้อาจารย์ไม่ได้ด้วยซ้ำ…”
เยี่ยนเหออันยิ้มบาง ๆ “ใครว่า? เจ้าไม่รู้สึกบ้างหรือว่าภาพวาดของเจ้ามีชีวิตชีวามาก? ก็เหมือนกับเจ้านั่นแหละ น่ารักไร้เดียงสา บริสุทธิ์เรียบง่าย”
จูชีงุนงง “ภาพวาดแบบนั้นแม่ข้าเป็นคนสอน แม่ข้าวาดภาพไม่เป็นด้วยซ้ำ…”
ตอนแรกที่เย่อวี๋หรานให้จูชีวาดภาพแบบนี้ แท้จริงแล้วเป็นเพราะนางคิดว่าภาพที่เจ้าของร่างเดิมวาดนั้นนำมาใช้ไม่ได้ แต่ก็ยังอยากให้จูปาเม่ย หลินซานเม่ย กับหลินซื่อเม่ยฝึกปักผ้าต่อไป
ไร้ทางเลือก ได้แต่เรียกจูชีมาสอนวิธีวาดภาพน่ารักบ้องแบ๊วเช่นนี้
แม้จูชีจะวาดภาพแบบเสมือนจริงไม่เป็น แต่ภาพวาดสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ ที่แลดูน่ารักน่าชังเช่นนี้ เขาสะบัดปลายพู่กันเพียงไม่กี่ครั้งก็สามารถวาดออกมาได้แล้ว
บางที นี่คงเกี่ยวกับลักษณะนิสัยของเขากระมัง…บริสุทธิ์ไร้เดียงสา!
ทั้งที่การลากเส้นอย่างเรียบง่ายแบบเดียวกัน ภาพที่เขาวาดออกมากลับดูพิเศษต่างจากของคนอื่น
นี่เป็นเพียงประการแรก อีกประการคือ ‘ความประจวบเหมาะ’…เจ้าวาดได้ดีแค่ไหน ถ้าไม่มีใครชื่นชม ไม่มีคนสร้างกระแสนิยมให้ สุดท้ายก็คงได้แค่ ‘วาดภาพเก่ง’ ก็เท่านั้นเอง
หากต้องการให้โด่งดัง ไม่เพียงแต่ต้องวาดภาพเก่งเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยโชคอีกด้วย…มีคนเต็มใจชื่นชม
เดิมทีเย่อวี๋หรานเตรียมตั๋วขอบคุณที่อุดหนุนไว้เพื่อป้องกันเหตุ