กหนูในร่องน้ำที่ผู้คนเดียดฉันท์ วาดออกมาได้น่ารักน่าเอ็นดู ละม้ายคล้ายเด็กน้อยที่ขโมยน้ำตาลก้อนมาได้ แต่ก็กลัวว่าจะถูกคนจับได้ ใครเห็นเป็นต้องใจอ่อน
ผู้อาวุโสสวียิ้มออกมา “นี่ก็คือหนูที่เจ้าวาดในชุดสิบสองราศีนั่น?”
“ไม่เหมือนกันขอรับ หนูตัวนั้นสวมชุดแดง ดูเป็นมงคลกว่า” จูชีเหลือบมองพลางนึกเสียดาย
จริง ๆ เล้ย ทำไมเขาถึงวาดภาพหนูแบบนี้ออกมาได้นะ?
ถ้าจะวาดก็น่าจะวาดภาพหนูแบบเดียวกับในชุดสิบสองราศี แบบนั้นดูเป็นมงคลยิ่งกว่า!
ผู้อาวุโสสวีเข้าใจสีหน้าของจูชี จึงถามว่า “ข้าน่ากลัวขนาดนั้นเชียว?”
“เปล่าขอรับ” จูชีรีบปฏิเสธ
“ถ้าเปล่า เหตุใดเจ้าจึงวาดหนูออกมาเช่นนี้เล่า?” ผู้อาวุโสสวีชี้ไปที่หนูตัวนั้นพลางเอ่ยว่า “นี่คงเป็นภาพสะท้อนจากจิตใจเจ้าสินะ?”
จูชีตะลึง “…”
อาจารย์รู้ได้อย่างไร?!
“ข้าพอจะเข้าใจแล้วว่าเหตุใดพวกเขาจึงชมเชยภาพสิบสองราศีที่เจ้าวาดนักหนา” ผู้อาวุโสสวีไม่ได้ต้องการคำตอบจากเขาอยู่แล้ว จึงกล่าวต่อไปว่า “วาดออกมาเช่นนี้ก็น่ารักจริง ๆ นั่นแหละ เมื่อก่อนข้าไม่เคยสังเกตเลยว่า ที่แท้เจ้าก็วาดภาพได้ไม่เลวเลย…”
“ไม่…เลว?!” ทำไมเขารู้สึกเหมือนอาจารย์กำลังพูดจาล้อเล่น?
จูชีหันไปมองภาพวาดของผู้อาวุโสสวีที่แขวนอยู่บนผนังอย่างอดใจไม่ไหว
นั่นจึงจะเป็นผลงานของปรมาจารย์ที่แท้จริงกระมัง?
“ในเมื่อเจ้าวาดภาพได้ไม่เลว เช่นนั้นข้ามอบหมายการบ้านให้เจ้าสักชิ้นดีกว่า”
จูชีผวา
‘ไม่เอานะ! อาจารย์…’
น