ตั้งใจจะบอกพวกเขาว่าอย่าฝืน แต่พอเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น คำพูดจึงถูกกลืนลงคอไป ล้วนแต่เป็นคนหนุ่มสาว ย่อมมีความคิดอยากแข่งขันท้าทายเป็นธรรมดา โดยเฉพาะพวก กเหลิ่งหวาเหลิ่งซวงกับฮุยหลางล้วนอยู่บนขั้นที่หนึ่งร้อยขึ้นไป พวกเขาในฐานะหัวหน้าองครักษ์เฟิ่ง หลัวอวี่กับฟั่นหลินไม่สามารถเดินขึ้นไปถึงขั้นที่หนึ่งร้อยเพื่อทะลวงขั้นพล ลังได้ พวกเขาย่อมอยากทำให้สุดความสามารถอยู่แล้ว
นางลอบถอนใจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงยืนมองอยู่เงียบๆ กระทั่งพวกเขาก้าวข้ามบันไดขั้นที่หนึ่งร้อยก็กระอักเลือดออกมา ทั้งสองรีบหยิบยาออกมากินทันที
นางชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะยิ้มออกมา พลางคิดว่าสองคนนี้ช่างไหวพริบดีนัก รู้จักกินยาในเวลานี้เสียด้วย
“ครืน!”
เสียงสายฟ้าปั่นป่วนดังขึ้น ชั้นเมฆบนท้องฟ้ายามราตรีเคลื่อนวน นางหรี่ตาลง มองดูพวกเขาที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนขั้นบันได ก่อนจะถอยหลังลงไปสองสามก้าว ยืนดูเงียบๆ หลังจากสังเกตอย ยู่ครู่หนึ่ง นางจึงหมุนตัวเดินลงไป
ตอนนี้ไม่มีผู้ฝึกตนคนอื่นขึ้นมา ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าพวกเขาจะถูกลอบโจมตี ด้วยเหตุนี้นางจึงลงไปรอพวกเขาทะลวงขั้นพลังข้างล่าง
พอเดินลงมาถึงก็เห็นหลัวอวี่กำลังตักข้าวต้มที่