“พวกท่านยังมีธุระใดอีกหรือ” เฟิ่งจิ่วหันไปมองผู้อาวุโสเซียนพวกนั้นแวบหนึ่ง
ได้ยินอย่างนั้น พวกเขาก็ชะงักไปก่อนรีบตอบว่า “ไม่มีแล้ว เช่นนั้นพวกข้าขอลา” ไม่รู้ว่าอยู่ต่อแล้วจะพูดอะไร ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงคารวะแล้วหมุนตัวเดินจากไป
หลังจากนั้น เฟิ่งจิ่วก็สั่งให้จัดการศพบนพื้น ก่อนที่พวกเขาจะเคลื่อนย้ายไปพักผ่อนในจุดที่สะอาดกว่า
ใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืน เซวียนหยวนโม่เจ๋อสั่งให้ฮุยหลางและอิ่งอีล่วงหน้าไปสำรวจที่บันไดสู่แดนเซียนก่อน เฟิ่งจิ่วห่วงว่าพวกเขาจะเจอเข้ากับผู้แข็งแกร่งจึงสั่งให้หงส์ไฟตามไปด้วย ด้วยเหตุนี้ สองคนหนึ่งสัตว์ร้ายก็ถือโอกาสใช้เวลาตอนกลางคืนล่วงหน้าไปก่อน
เช้าตรู่วันต่อมา เฟิ่งจิ่วตื่นขึ้นมาท่ามกลางเสียงร้องไห้ของห้าวเอ๋อร์ นางก้มมองเด็กน้อยที่นอนอยู่ในอ้อมแขน ยื่นมือไปลูบก็สัมผัสได้ถึงความเปียกชื้น จึงขานเรียก “เหลิ่งซวง เป ปลี่ยนเสื้อผ้าให้ห้าวเอ๋อร์หน่อย”
“เจ้าค่ะ” เหลิ่งซวงเข้ามาอุ้มเด็กออกไป
เฟิ่งจิ่วหันไปมองรอบๆ ไม่เห็นเซวียนหยวนโม่เจ๋อ จึงหันไปถามเหลิ่งหวา “คนเล่า”
“เจ้าตำหนักไปล้างหน้า ด้านหน้าไม่ไกลมีตาน้ำอยู่จุดหนึ่ง เขาอยู่ที่นั่น” เหลิ่งหวาตอบ
เฟิ่งจิ่วพยักหน้า จากนั้นก็ลุกขึ้นจัดเผ้า