น?”
เย่อวี๋หรานพยักหน้า “ใช่ แม้ข้าจะคิดไม่ถึงว่าตั๋วขอบคุณที่อุดหนุนจะดึงดูดความสนใจผู้คนได้มากเช่นนี้ แต่ในเมื่อมีโอกาส ทำไมพวกเราไม่คล้อยตามโอกาสนี้เสียเล่า? เจ้ากับเจ้าเจ็ดเป็นปัญญาชน แต่อย่าไปเอาอย่างบัณฑิตคร่ำครึที่วางตนสูงส่งเหนือโลกีย์พวกนั้น”
คิดไม่ถึงว่าจะได้รับการชี้แนะจากจูต้าเหนียง เยี่ยนเหออันทั้งรู้สึกว่าอยากหัวเราะและอบอุ่นใจ
เขาไม่ใช่บัณฑิตคร่ำครึเหล่านั้น ไม่อย่างนั้นก็คงไม่มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองผู่โซ่วแห่งนี้แล้ว
ส่วนจูชีไม่เข้าใจอันใดทั้งสิ้น เชื่อฟังมารดาอย่างเดียว ไร้ความคิดเห็นแม้แต่น้อย
อวี๋จิ้งฉี “…”
หมายความว่าข้ากลายเป็นหมากตัวหนึ่ง ทั้งยังเอาตัวมาส่งให้ถึงที่?
รู้สึกว่าเสียเปรียบอยู่บ้าง แต่พอก้มหน้ามองชุดสิบสองราศีในมือแล้วก็คิดว่าเหมือนจะไม่ได้เสียเปรียบขนาดนั้น
วันรุ่งขึ้น เยี่ยนเหออันยังจงใจถามเขา “เป็นอย่างไรบ้าง ชนะเดิมพันไหม?”
อวี๋จิ้งฉีมีสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง “แน่นอนอยู่แล้ว ข้าอวี๋จิ้งฉีออกโรงด้วยตนเอง ยังจะแพ้อีกหรือ?”
เขายังใช้ไหล่กระทบไหล่ของเยี่ยนเหออัน “พี่น้อง ขอบใจนะ ถ้าไม่ได้เจ้า ข้าคงแพ้เดิมพันไปแล้ว เจ้าไม่รู้หรอกว่าเจ้าหมอนั่นใช้เงินไปเท่าไหร่กว่าจะรวบรวมตั๋วขอบคุณที่อุดหนุนมาได้ตั้งหกใบ”
“มารดามันเถอะ ที่แท้เจ้าหมอนั่นก็วางหลุมพรางดักข้า เขาเริ่มรวบรวมไปก่อนแล้ว ค่อยจงใจมายุให้ข้ากระโดดลงมา”
“โชคดีที่ข้ามีชุดสิบสองราศีที่ดีกว่า ไ