ียว ที่เหลือพวกเขาเอาไปแบ่งกันจนหมด” กล่าวถึงเรื่องนี้ เยี่ยนเหออันก็ยิ้มออกมา “ท่านปู่กับท่านย่าชอบกินมากจริง ๆ นั่นแหละ แต่เจ้าบอกมาในจดหมายว่ามันย่อยยากกว่าข้าว ไม่แนะนำให้กินมาก ข้าจึงบอกให้พวกสาวใช้คอยดูเอาไว้ เว้นช่วงสักหลายวันก่อนแล้วค่อยกินซ้ำ แต่ถึงจะทำเช่นนี้ พวกเขาก็กินหมดในเวลาไม่นาน”
“ไม่เป็นไร ที่บ้านข้ายังมีอีก เจ้าอยากได้เท่าไหร่ ข้าจะส่งไปให้” จูชีพูด “ปีนี้หมู่บ้านพวกข้าปลูกมันเทศกันเยอะมาก จะต้องเก็บเกี่ยวได้เยอะแน่นอน”
ชั่วขณะนั้น อวี๋จิ้งฉีพบว่าตนเองไม่มีที่ให้พูดแทรก เพราะสิ่งที่พวกเขาพูดถึง เขาล้วนไม่เคยรู้จักมาก่อน ไม่รู้ว่ามันคืออะไร
“เนื้อกระต่ายแดดเดียวอร่อยตรงไหน? มันก็แค่เนื้อแห้งไม่ใช่หรือ?” เขาไม่ได้ถามว่าเส้นมันเทศคืออะไร จะได้ไม่แสดงออกถึงความไม่รู้ของตน เพียงกล่าวถึงเนื้อกระต่ายแดดเดียว “ใช่ว่าไม่เคยกินมาก่อนเสียหน่อย อีกอย่างของพวกนั้นผู้หญิงกับเด็กล้วนกินไม่ได้ โดยเฉพาะสตรีมีครรภ์ ถ้ากินแล้วจะมีปากสามกลีบ…”
จูชีพูดแย้ง “ไม่หรอก แม่ข้าบอกว่าพวกนั้นเป็นคำพูดเหลวไหล หมูกับไก่ก็มีปากที่แตกต่างจากของมนุษย์ ถ้าแค่ปากไม่เหมือนกันก็กินไม่ได้ คนท้องก็กินเนื้ออะไรไม่ได้แล้วน่ะสิ”
น่าเสียดายที่เขาเองก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าเหตุใดมารดากล่าวเช่นนั้นแล้ว ตอนที่พี่สะใภ้รองกับพี่สะใภ้สี่ตั้งครรภ์ก็ยังไม่กล้ากินอยู่ดี
“เจ้าเถียงข้าง ๆ คู ๆ คำพูดของบรรพบุรุษต้องมีเหต