ากรู้ก็ให้ศิษย์พี่มาพบข้าสิ!”
“หึๆ…”
เฟิ่งจิ่วหัวเราะในลำคอ เธอม้วนเส้นผมสีหมึกที่สยายตรงหน้าอกเล่นด้วยปลายนิ้วมือ น้ำเสียงอ่อนหวานแฝงไว้ด้วยแววเย้ยหยันและไม่ยี่หระ “วิธีการของแม่นางอวิ๋นทำให้ข้าได้เปิดโลกทัศน์จริงๆ บอกตามตรง ข้ายังไม่เคยเจอผู้หญิงอย่างแม่นางอวิ๋นเลย”
เหลิ่งซวงรินน้ำชาให้เฟิ่งจิ่วถ้วยหนึ่ง เฟิ่งจิ่วรับไปก่อนจะยกขึ้นจิบคำหนึ่ง จากนั้นก็หมุนถ้วยชาเล่น พลางหันไปกำชับเหลิ่งซวงว่า “ถึงเวลาเปลี่ยนยาให้แม่นางอวิ๋นแล้ว”
“เจ้าค่ะ” เหลิ่งซวงรับคำ ก่อนเข้าไปเปลี่ยนยาที่อยู่บนแผลของอวิ๋นเสวี่ยซิน
เฟิ่งจิ่วไม่พูดอะไรอีก เพียงใช้ฝาด้วยชาปาดน้ำชาเล่นไปพลางๆ หลุบตานั่งอยู่ตรงนั้น ไม่รู้กำลังคิดอะไรอยู่ อวิ๋นเสวี่ยซินที่อยู่บนเตียงปล่อยให้เหลิ่งซวงเปลี่ยนยาให้ นางก็ไม่พูดอะไรเช่นกัน
เมื่อเวลาผ่านไป เหลิ่งซวงเปลี่ยนยาบนแผลของอวิ๋นเสวี่ยซินจนเสร็จหมดแล้ว จึงกลับมายืนข้างกายเฟิ่งจิ่ว “นายท่าน เปลี่ยนยาเสร็จแล้ว”
“อืม” เฟิ่งจิ่วรับคำเสียงเรียบ ก่อนหันไปถามอวิ๋นเสวี่ยซินว่า “แม่นางอวิ๋น เจ้ามีอาการบาดเจ็บภายใน เมื่อคืนข้าให้คนป้อนยาในให้เจ้าเม็ดหนึ่งแล้ว ไม่ทราบว่าบาดแผลที่อวัยวะภายในยัง