ซ้ำยังอ้วนจ้ำม่ำ หากใส่กางเกงในจะต้องน่ารักมากแน่”
“อืม ตัดสินใจแล้ว กลับไปข้าจะลองหาดูว่ามีผ้าดีๆ อยู่หรือไม่ ให้เหลิ่งซวงทำให้เจ้าสักสองผืน”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อมองดูเธออุ้มเด็กและพูดเองเออเองอยู่ตรงนั้น อดมุมปากกระตุกไม่ได้ “เขายังเด็กขนาดนั้น เจ้าพูดไปเขาก็ฟังไม่รู้เรื่องอยู่ดี”
เฟิ่งจิ่วมองเขา ก่อนค้านว่า “ไม่รู้เรื่องอะไรกัน? ท่านดุเขาหนึ่งที เขาก็จะร้องไห้ทันที เชื่อหรือไม่?”
“นี่ก็เรื่องปกติไม่ใช่หรือ?” อย่าว่าแต่เด็กเลย แม้แต่ผู้ใหญ่ยังทนรับการตะคอกจากเขาไม่ได้
ผ่านไปไม่นาน รถม้าก็จอด คนขับบอกว่า “นายท่าน เจ้าตำหนัก ถึงหอร้อยรสแล้วขอรับ”
“อืม” โม่เจ๋อรับคำ เขาลงจากรถก่อน ยืนเปิดผ้าม่านรถม้าให้เฟิ่งจิ่วอยู่ด้านหนึ่ง พลางถามว่า “ให้ข้าอุ้มลูกไว้หรือไม่?”
“ไม่เป็นไร ข้าอุ้มเอง” เฟิ่งจิ่วตอบ เธอเดินลงจากรถม้า และเข้าไปในหอพร้อมกับเขา
รถม้าถูกขับไปจอดไว้ด้านหนึ่ง เหลิ่งซวงตามพวกเขาขึ้นไปที่ห้องส่วนตัวบนชั้นสองของหอร้อยรส
นึกถึงว่าเฟิ่งจิ่วอยู่ข้างนอกคงไม่ได้ค่อยได้กินของดีๆ ด้วยเหตุนี้ เซวียนหยวนโม่เจ๋อจึงสั่งอาหารที่เธอชอบกินมาเต็มโต๊ะ “กินเยอะๆ หน่อย”
เฟิ่งจิ่วยื่นเด็กให้เหลิ่งซว