ง ก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้นมา บอกว่า “พอแล้ว ไม่ต้องคีบให้ข้าแล้ว”
พวกเขาสองคนคนหนึ่งกิน คนหนึ่งคีบให้ ส่วนมากเป็นเฟิ่งจิ่วที่กิน เซวียนหยวนโม่เจ๋อเป็นฝ่ายคีบ พอเห็นเฟิ่งจิ่วกินอิ่มพอประมาณแล้ว เซวียนหยวนโม่เจ๋อจึงถามว่า “เมื่อคืนเจ้าไปหาโม่เฉินมาหรือ?”
“อืม ข้าเอาเมล็ดบัวไปถามเขามา เขาบอกว่าเมล็ดบัวไม่ใช่บัวทองโบราณ แต่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับบัวทองโบราณ บอกว่าเป็นของที่ดีมากเหมือนกัน”
เฟิ่งจิ่วกินไปพูดไป “ข้ายังให้เขาไปหนึ่งเม็ดด้วย”
“ยังค้างที่นั่นคืนหนึ่งด้วย?” เซวียนหยวนโม่เจ๋อพูดด้วยน้ำเสียงที่เหม็นกลิ่นน้ำส้มหึ่ง
“ใช่น่ะสิ! ใครใช้ให้ท่านทำข้าโกรธล่ะ” เฟิ่งจิ่วมองเขาด้วยหางตา ก่อนวางตะเกียบลงแล้วดื่มสุรา “ตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งใจจะกลับมาเช้าขนาดนี้ ใครจะรู้เขาเอาแต่ไล่ข้า นอนในห้องรับแขกในเรือนของเขาหนึ่งคืน ไม่รู้ทำไม พลิกตัวไปมานอนไม่หลับทั้งคืนเลย”
เขายิ้มมุมปาก ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงแววหยอกเย้า “คืนนี้ข้านอนกับเจ้า แขนของเจ้าให้เจ้าใช้หนุนแทนหมอน เจ้าจะต้องนอนหลับสนิทแน่นอน”
เฟิ่งจิ่วกลั้นยิ้ม ก่อนถอนหายใจบอกว่า “เฮ้อ ที่ผ่านมาอยู่คนข้างนอกคนเดียว เคยชินกับการอยู่คนเดียวแล้ว จู่ๆ