ห้ภูตหมอช่ วยดูแลด้วย”
“แม่นางอวิ๋นกล่าวหนักไปแล้ว” เฟิ่งจิ่วเอ่ย “ผู้มาเป็นแขก ข้าในฐานะเจ้าบ้าน ย่อมต้องทำตามธรรมเนียมอยู่แล้ว”
“ข้าได้ยินว่าศิษย์พี่บอกว่าภูตหมอออกเดินทางไกล นี่คงเพิ่งกลับมา จะต้องมีเรื่องพูดคุยกับศิษย์พี่มากมายแน่ๆ ข้าไม่รบกวนทั้งสองท่านแล้ว” นางยิ้มเอ่ย ก่อนจะปลีกตัวออกไปอย่า างมีมารยาท
หลังจากที่นางจากไป เฟิ่งจิ่วเดินเข้าไปข้างใน เดินไปได้ไม่กี่ก้าว โม่เจ๋อก็ดึงมือเธอไว้ก่อน
“ยังโกรธอยู่อีกหรือ?”
เฟิ่งจิ่วหันไปมองเขาแวบหนึ่ง ถามว่า “ท่านทำอะไรให้ข้าโกรธหรือ? เหตุใดข้าต้องโกรธด้วย?”
“อย่างนั้นข้าไปกินมื้อเช้ากับเจ้า” โม่เจ๋อเอ่ย
“ตอนกลับมาข้ากินแล้ว” เฟิ่งจิ่วตอบ บิดแขนออกจากมือเขาแล้วเดินเข้าไปข้างใน
เซวียนหยวนโม่เจ๋อเดินตามไป แต่ใครจะรู้ เฟิ่งจิ่วกลับถึงเรือนก็ปิดประตูเรือนแล้ว ถึงเขาอยากจะเข้าไป ก็เข้าไม่ได้
เขาจึงนั่งลงข้างโต๊ะในลานสวน หันไปมองประตูห้องที่ปิดสนิท อดคิดไม่ได้ว่า จิตใจของหญิงสาวช่างเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร บางครั้งก็โกรธได้เพียงเพราะคำพูด