งฟอด เจ้าตัวน้อยตะลึงค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จู่ๆ จะแหกปากร้องไห้ขึ้นมา
เฟิ่งจิ่วตะลึง มองเจ้าตัวน้อยที่จู่ๆ ก็ร้องไห้อย่างตกใจ ผ่านไปครู่หนึ่งถึงได้สติ ก่อนเอ่ยอย่างขบขันว่า “เจ้าตัวน้อย ข้าเป็นแม่ของเจ้า แม่หอมเจ้าหนึ่งทีจะเป็นไรไป? เกินไปตรงไห หนหรือ? เจ้ากลับรังเกียจข้าเสียนี่? ยังร้องไห้ใหข้าดูอีกใช่หรือไม่?”
“แง้ๆๆ…”
เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยดังมาก โดยเฉพาะในยามวิกาลเช่นนี้ แม้แต่เรือนอื่นๆ ก็ยังได้ยินรางๆ ตอนที่เซวียนหยวนโม่เจ๋อซึ่งกำลังสะสางงานอยู่ในห้องหนังสือได้ยินเสียงลูกร้องไห้ เขา าชะงักเล็กน้อย วางของในมือลงแล้วเดินออกไป
“นายท่าน” ฮุยหลางที่เฝ้าอยู่หน้าห้องเดินเข้ามาหา
“ให้ห้องครัวเตรียมข้าวให้ห้าวเอ๋อร์กิน ข้าจะไปดูหน่อยว่าเขาหิวแล้วใช่หรือไม่” เซวียนหยวนโม่เจ๋อสั่ง ก่อนจะสาวเท้าเดินออกไป
ขณะเดียวกัน อวิ๋นเสวี่ยซินที่ได้ยินเสียงเด็กร้องก็ออกจากห้องมาเช่นกัน นางไปที่ห้องครัวก่อน ยกข้าวต้มถ้วยหนึ่งไปที่เรือนของเหลิ่งซวงด้วยตนเอง ระหว่างทางก็เจอเซวียนหยวนโม่เ