จิบสุราอีกหนึ่งค คำ
“พี่ชายเสี่ยวจิ่ว ถ้าอย่างไรท่านพาข้าไปด้วยเถอะ! ขะ ข้ายอมเป็นหลูติ่งให้ท่าน”
“พรืด! แค่กๆ!”
เฟิ่งจิ่วไม่ทันได้เตรียมใจกับประโยคนี้ จึงสำลักสุรา เธอไออยู่สองสามครั้ง หลังสงบอารมณ์ก็กวาดสายตามองนาง “ขอบใจจริงๆ แต่ข้าไม่ต้องการ”
เหอะ! จะเป็นหลูติ่งให้เธอ เธอเป็นผู้หญิงจะเอานางไปทำอะไร?
เธอขมวดคิ้ว มองหร่วนซื่อที่ก้มหน้าก้มตา เอ่ยว่า “หากอยากมีชีวิตที่ดี ก็จงซ่อนพื้นฐานร่างกายที่ไม่เหมือนใครของเจ้าไว้ให้ดี อย่าให้ใครรู้ ไม่อย่างนั้น แม้เจ้าจะเข้าสำนักไป ปแล้ว หากไม่ระวังก็อาจถูกคนถลกหนังแร่กระดูก”
เอ่ยจบ สายตาของเฟิ่งจิ่วกวาดมองผ่านกำไลห้วงมิติที่ข้อมือของนาง ลอบคิดว่า ของที่คนพวกนั้นให้นางน่าจะถูกนางเก็บติดตัวไว้ทั้งหมด อย่างไรเสียพอรู้ว่าคนในตระกูลคิดร้ายก กับนาง นางย่อมไม่อาจให้สิ่งของอยู่ห่างตัวได้
“เจ้าดูแลตนเองให้ดีก็แล้วกัน!” เธอละสายตากลับไป นั่งขนนกมุ่งหน้าไปยังอีกทิศทางหนึ่ง
หลายวันต่อมา ในป่าแห่งหนึ่ง
เฟิ่งจิ่วที่ใส่ชุดสีแดงนั่งพิงอยู่บนกิ่งไม้ ชายเสื้อห้อยลงมากลางอากาศ เมื่อสายลมพัดโชยมาชายเสื้อพลิ้วไสว ท่ามกลางป่าไม้ หมาป่าสีเงินวางเหยื่อที่มันล่าก