ับมาในแต่ละวัน
พอได้พบกันแล้ว จูซานค่อยพบว่า แม้หัวหน้าพรรคซานไห่จะตอบรับ แต่กลับเป็นคนหัวแข็งอย่างมากคนหนึ่ง
เขารับช่วงต่อพรรคซานไห่จากบิดา เขาก็ต้องการจะให้พรรคเป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลง
แต่จูซานกลับคิดไม่เหมือนกัน ในเมื่อแวดวงค่ายพรรคในเมืองผู่โซ่วไม่เหลือที่ยืนให้พรรคซานไห่อีกแล้ว เช่นนั้นก็พลิกโฉมหน้าไปใช้ชีวิตอีกรูปแบบหนึ่งจะไม่ดีกว่าหรือ?
“ไม่ได้ เรื่องนี้ข้าไม่มีทางเห็นด้วย” หัวหน้าพรรคซานไห่ยืนกรานปฏิเสธ “พรรคก็คือพรรค ถ้าพรรคซานไห่ไม่ใช่พรรคอีกต่อไปแล้ว ยังจะเหลือความหมายอันใด?”
จูซานพยายามอธิบาย “ตอนแรกที่พ่อของท่านส่งต่อพรรคซานไห่ให้ท่าน จะต้องไม่ได้หวังให้พรรคซานไห่เป็นบ่วงผูกมัดท่านเอาไว้ ทำให้ท่านไม่อาจทำอันใดได้อย่างแน่นอน แต่หวังให้ท่านมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิมมากกว่า ตอนนี้วิถีพรรคกลายเป็นอุปสรรคของท่าน ท่านก็น่าจะเปลี่ยนแนวทางไปเสีย ท่านใช้ชีวิตด้วยดีหรือไม่ นั่นต่างหากจึงจะเป็นสิ่งที่พ่อของท่านสนใจที่สุด ข้าไม่เชื่อหรอกว่าจะมีพ่อแม่คนไหนไม่หวังให้ลูกตัวเองได้มีชีวิตที่ดี”
“หลักการที่ท่านพูดมาข้าล้วนเข้าใจ แต่นี่เป็นสิ่งเดียวที่พ่อข้าทิ้งไว้ให้ข้า…” หัวหน้าพรรคซานไห่กล่าวอย่างเจ็บปวด
“หัวหน้าพรรคซานไห่ ข้าถามท่านสักเรื่อง ท่านมีลูกไหม?”
“มี”
“หมายความว่าท่านก็เป็นพ่อคนแล้ว ในเมื่อเป็นพ่อคน ข้าคิดว่าท่านน่าจะเข้าใจพ่อของท่านได้ดียิ่งขึ้น ท่านลองคิดดูสิว