ิ่มโบยบินไปทั่ว จูซานกับหัวหน้าพรรคซานไห่ก็ดำเนินการตามแผนการที่ได้วางเอาไว้
ไม่เห็นแก่หน้าภิกษุก็ควรเห็นแก่หน้าพุทธองค์*[1] แท้จริงแล้วบรรดาผู้มีอิทธิพลในค่ายพรรคต่าง ๆ ของเมืองผู่โซ่วก็ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องการเอาชีวิตหัวหน้าพรรคซานไห่ ถึงอย่างไรคนเหล่านั้นก็เคยได้รับบุญคุณจากบิดาของหัวหน้าพรรคซานไห่มาก่อน
ทว่าเรื่องนี้ใหญ่โตเกินไป ถึงพวกเขาจะเป็นหัวหน้าพรรคก็ไม่อาจกระทำการสวนกระแส จึงได้แต่ ‘สงบปากสงบคำ’
ตอนนี้เขาเป็นฝ่ายสลายพรรคซานไห่ด้วยตนเอง ไม่คลุกคลีอยู่ในแวดวงค่ายพรรคอีกต่อไปแล้ว คนเหล่านั้นจึงไม่อาจ ‘สงบปากสงบคำ’ ได้อีก แต่ทยอยออกมาติดต่อสายสัมพันธ์ต่าง ๆ หวังว่าทุกท่านจะสามารถ ‘ละเว้น’ หัวหน้าพรรคซานไห่ไปสักครา
“เรื่องตระกูลเฉินครานี้ ถึงจะเป็นเพราะหัวหน้าพรรคซานไห่ไม่เข้มงวดกวดขันต่อลูกน้อง แต่พวกเราก็ไม่อาจทำอะไรสุดโต่งเกินไป กระทั่งโอกาสกลับเนื้อกลับตัวก็ไม่ยอมเปิดให้อีกฝ่ายกระมัง?”
“สั่งสอนก็สั่งสอนไปแล้ว เชื่อว่าทุกท่านก็ทราบดี ใครกล้าสร้างปัญหาให้ค่ายพรรคอย่างพวกเรา คนผู้นั้นก็ต้องเตรียมใจรับการลงโทษ ดูหัวหน้าพรรคซานไห่สิ เขาเป็นถึงหัวหน้าพรรคคนหนึ่ง แต่กลับตกต่ำจนแม้แต่พรรคก็ไม่เหลือแล้ว”
……
ทั้งมีคนที่ทอดถอนใจให้กับจุดจบของหัวหน้าพรรคซานไห่ สะท้อนใจว่าพรรคใหญ่เหล่านั้นใจดำเกินไปแล้ว คนในพรรคคนหนึ่งทำเรื่องชั่ว แต่เอามาโทษคนทั้งพรรคเช่นนี้ได้อย่างไร?
แต่เพิ่งจะพูดออกม