วไป ผ่านไปไม่นาน ขณะที่พวกเขาสองคนเดินออกมาจากค่ายกล เซี่ยอวี้ถังมองเฟิ่งจิ่วด้วยความตกตะลึง “เจ้าก็โชคดีเกินไปแล้วกระมัง? เดินมั่ วๆ ก็ออกจากค่ายกลมาได้แล้ว?”
เฟิ่งจิ่วลอบกลอกตา ไม่สนใจเขา แต่หันมองรอบๆ แวบหนึ่ง เห็นศาลาหลังหนึ่งอยู่ในป่าไผ่ด้านหน้าจากที่ไกลๆ และดูเหมือนในศาลาหลังนั้นจะมีเด็กสาวคนหนึ่งกำลังดีดพิณอยู่
“เป็นผู้หญิง เหตุใดจึงมาอยู่ในสถานที่เช่นนี้ได้?” เซี่ยอวี้ถังเปรย เฟิ่งจิ่วยังไม่ทันตอบเขาก็สาวเท้ายาวๆ ออกเดินไปก่อนแล้ว พลางตะโกนขึ้นว่า “แม่นาง ขอถามหน่อย! ค่ายกลนี้จ จะเดินออกไปได้อย่างไร?”
เด็กสาวที่กำลังดีดพิณได้ยินเสียงนี้ราวกับสะดุ้งตกใจ นางไม่แม้กระทั่งจะหันมามองก็ลนลานวิ่งเข้าไปในป่าแล้ว เพราะวิ่งเร็วเกินไป จึงสะดุดก้อนหินบนพื้นล้มลงไปหนึ่งครั้ง แต่น นางก็คลานขึ้นมาแล้ววิ่งหนีต่ออย่างไม่สนความเจ็บปวด
เซี่ยอวี้ถังยืนอึ้งอยู่ไม่ไกล มองเด็กสาววิ่งเข้าไปในป่าอย่างตะลึงค้าง ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาหันมา