ต่อมา ตอนที่เฟิ่งจิ่วออกจากห้อง ก็เห็นเซี่ยอวี้ถังยืนถลึงตาจ้องเธออยู่หน้าห้อง เธอจึงถามว่า “เช้าขนาดนี้เชียวหรือ? รอข้ามีเรื่องอะไรอย่างนั้นรึ?”
ทว่าเมื่อเธอพูดจบ เซี่ยอวี้ถังพลันตะลึงงันไป ชี้หน้าเฟิ่งจิ่วด้วยความอึ้งงัน “จะ เจ้าพูดได้แล้วหรือ?”
“ใช่น่ะสิ! เมื่อวานข้าออกไปเดินรอบเมือง ซื้อยารักษาอาการเจ็บคอมาได้เม็ดหนึ่ง วันนี้จึงดีขึ้นมากแล้ว” เธอลูบลำคอขณะเอ่ยอย่างครุ่นคิด
เซี่ยอวี้ถังที่ได้ฟังอย่างนั้น ตอนแรกที่ยังเดือดดาลสุดขีดเวลานี้กลับลืมโกรธไปเสียสนิท ได้แต่จ้องเฟิ่งจิ่ว และเอ่ยอย่างประหลาดใจว่า “ทำไมเสียงของเจ้าฟังดูแปลกๆ? ไม่เหมือนกับ เสียงของข้าเลย”
“แปลกหรือ? ข้ารู้สึกว่าใช้ได้นะ”
เวลานี้ เซี่ยอวี้ถังนึกขึ้นมาได้ว่าเมื่อคืนตนเองยืนรอหน้าห้องของเขานานมาก พูดอยู่นานมากแต่กลับไร้เสียงตอบรับจากเฟิ่งจิ่ว จึงอดถามด้วยความโกรธไม่ได้ “เมื่อคืนทำไมเจ้าไม่พูด ดเล่า? ข้ารออยู่ข้างนอกตั้งนาน เจ้าไม่ส่งเสียงกลับมาสักนิด”
“หา? เมื่อคืนท่านยืนพูดอยู่หน้าห้องของข้าหรือ? ข้าไม่รู้เรื่อ