รู้เรื่องคงเข้าใจว่าเจ้าโง่งม ถูกคนขายแล้วยังไปช่วยเขานับเงินอีก…”
หลินซื่อฟังจนใจสะท้าน ที่แท้สามีของนางเข้าใจว่านางไปล้วงความลับ คุณพระคุณเจ้าช่วย นางไปตีสนิทเป็นเรื่องจริง แต่ไม่ได้คิดถึงเรื่อง ‘ล้วงความลับ’ เลยน่ะสิ
จูอู่ยังพูดอะไรอีก ยกยอนางเสียเลิศลอย
หลินซื่อไม่กล้าโต้แย้ง ได้แต่ยิ้มขณะตอบรับ ‘ใช่’ ไปเสียทุกคำ
จูอู่ใช้หางตาสังเกตนางพลางลอบแค่นหัวเราะในใจ ‘โง่เขลาสิ้นดี ข้าคงตาบอดไปแล้วถึงได้ไปต้องตาเจ้า ยังดีที่เชื่อฟังอยู่บ้าง ไม่อย่างนั้นข้าคง…’
ยกยอจบแล้ว จูอู่ก็วกกลับมาถามว่าวันนี้หลินซื่อคุยอะไรกับอีกฝ่ายไปบ้าง
หลินซื่อเคร่งเครียดขึ้นมา เพราะนางเพิ่งตระหนักว่าตนเองไม่ได้ถามเปี้ยนชิวอิ่งเลยสักนิด มีแต่เปี้ยนชิวอิ่งที่ถามนาง
เหงื่อเย็นซึมออกมาเต็มหลัง ทั้งยังต้องพยายามเค้นสมองเพื่อพูดให้ดูเข้าท่า
โชคดีที่พี่สะใภ้สี่ถามคำถามไปบ้าง ไม่อย่างนั้นข้าคงแย่แล้ว!
ไม่ง่ายเลยกว่าจะกลบเกลื่อนจูอู่ได้ (หลินซื่อเข้าใจว่าอย่างนั้น) ขณะที่หลินซื่อหันหลังเดินออกไปตักน้ำสำหรับล้างเท้าให้เขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แต่เรื่องนี้นับว่าได้เคาะเตือนสตินางแล้ว
ต่อไปเวลาตีสนิทเปี้ยนชิวอิ่งจะต้องล้วงข้อมูลมาด้วย อย่าได้ถูกคนอื่น ‘ขาย’ เข้าจริง ๆ
จูอู่หรี่ตาขณะมองหลินซื่อเดินออกไปจากห้อง
เย่อวี๋หรานที่อยู่ไกลออกไปหาได้รู้ไม่ว่าที่บ้านมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น
แม้นางจะจำเรื่องคนสวนดอกไม้ได้ ทั้งยัง