ะ แม้แต่ซานเม่ยกับซื่อเม่ยก็ไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว…”
“ตอนที่ซานเม่ยกับซื่อเม่ยเพิ่งมาก็พักอยู่ห้องนั้นเหมือนกันไม่ใช่รึ?” จูอู่ไม่คิดว่าเรื่องนี้จะมีปัญหาตรงไหน เขาอยากให้ ‘เปี้ยนชิวอิ่ง’ ผู้นี้รังเกียจว่าอยู่ที่นี่ลำบากเกินไปจนออกจากสกุลจูไว ๆ ใจจะขาด “น้องสาวแท้ ๆ ของเจ้ายังอยู่ได้ นางที่เป็นคนนอกคนหนึ่งกลับอยู่ไม่ได้? หรือเจ้าอยากให้น้องสาวเจ้าสลับห้องกับคนแซ่เปี้ยนผู้นั้น?”
ครั้นได้ยินว่าจะให้น้องสาวตนเองสลับห้อง หลินซื่อก็ไม่กล้าพูดแล้ว “โธ่เอ๊ย อะไรของเจ้า ข้าก็แค่พูดไปอย่างนั้น ทำไมต้องจริงจังแบบนี้ด้วย? เจ้าพูดถูก นางเป็นคนนอกคนหนึ่ง ซานเม่ยกับซื่อเม่ยเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของข้า ก็ถือว่าเป็นน้องสาวของเจ้าเหมือนกัน จะให้น้องสาวตัวเองไปตกระกำลำบากแบบนั้นได้อย่างไร…”
พูดถึงตรงนี้ยังยิ้มอย่างประจบ กลัวว่าจูอู่จะไม่พอใจ
ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้สามีคนนี้ยามอยู่ต่อหน้าคนอื่นดูเหมือนเอาใจใส่นาง แต่พออยู่ตามลำพังกลับชอบ ‘จัดการ’ นางกันเล่า?
ไม่ง่ายเลยกว่านางจะได้มีชีวิตสงบสุขเหมือนตอนนี้ ย่อมไม่อยากทำให้เขาโมโห
“เจ้าก็รู้ ยังจะพูดแบบนี้อีก?” สีหน้าจูอู่แลดูอ่อนโยนขึ้นบ้าง แต่น้ำเสียงยังไม่ดีนัก “ต่อไปนี้เวลาพูดอะไรก็หัดระวังไว้บ้าง ใครคือคนนอก ใครคือคนกันเอง แยกแยะให้ชัดเจน ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางก็หน้าระรื่นเข้าไปหานางแบบนั้น คนที่รู้เรื่องยังเข้าใจว่าเจ้าไปตีสนิทเพื่อล้วงความลับของนาง คนที่ไม่