อยู่ข้างกายอวี้ถังเถอะ!” เด็กหนุ่มคนนี้ดูมีนิสัยสุขุมกว่าอวี้ถัง งเสียอีก อีกทั้งหัวคิ้วก็เต็มไปด้วยแววใสซื่อ จากประสบการณ์การอ่านใจคนของเขา เด็กหนุ่มไม่ใช่คนที่มีความคิดชั่วร้ายแน่นอน
เฟิ่งจิ่วได้ฟังชายชราพูดเช่นนั้นก็เผยยิ้มออกมา เธอพยักหน้า และเขียนคำว่าขอบคุณลงบนโต๊ะ
“ดีเหลือเกิน อย่างนั้นต่อไปเจ้าก็เล่นเป็นเพื่อนข้าได้แล้ว” เซี่ยซือซือเอ่ยอย่างดีอกดีใจ
“ข้าจะเล่าเรื่องตระกูลเซี่ยของเราให้เจ้าฟัง หลังจากไปถึงตระกูลเซี่ย เจ้าติดตามอยู่ข้างกายอวี้ถัง ห้ามมีเรื่องบาดหมางกับคนอื่น ถึงอย่างไรเมื ออยู่ในตระกูลใหญ่ พวกข้าก็ไม่ใช่สายเลือดตรง คำพูดจึงมีน้ำหนักไม่มากพอ”
เฟิ่งจิ่วพยักหน้า ตั้งใจฟังชายชราบอกเรื่องที่ควรระวังเมื่อไปถึงตระกูลเซี่ยให้พวกเขาสามคนรับรู้
หลังจากฟังคำพูดและกฎเกณฑ์มากมายเหล่านั้นจนจบ เซี่ยอวี้ถังสีหน้าไม่ค่อยพอใจ พูดขึ้นว่า “ท่านปู่ อย่างนั้นพวกเราจะไปอยู่ที่ตระกูลใหญ่ทำไมเล่า า? พวกเราอยู่บ้านเดิมก็ดีอยู่แล้ว”