เจ้ามีแผนอะไร? มีญาติอยู่ในเมืองหรือไม่?”
เฟิ่งจิ่วส่ายหน้าแทนคำตอบ
ชายชราครุ่นคิด สายตาจับจ้องไปที่แขนที่บาดเจ็บของเขา ก่อนเอ่ยขึ้นว่า “ครั้งนี้พวกเราเดินทางกลับตระกูลใหญ่ ต่อไปก็จะปักหลักอยู่ที่ตระกูลใ ใหญ่ของตระกูลเซี่ยแล้ว หากมีเจ้าเพิ่มมาหนึ่งคน เกรงว่า…”
เซี่ยอวี้ถังที่อยู่ด้านหนึ่งได้ยินเข้า หันไปมองเฟิ่งจิ่วที่กำลังก้มหน้าแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “ท่านปู่ ให้เขาใส่ชุดองครักษ์ลับ ปลอมตัว วเป็นองครักษ์ลับของจวนเราก็ได้แล้วไม่ใช่หรือ? หรือไม่เช่นนั้นก็ให้เขาเป็นเด็กรับใช้คอยติดตามข้าก็ได้”
เฟิ่งจิ่วเงยหน้ามองเขาอย่างเหนือความคาดหมาย
“มองอะไร? ข้าแค่ไม่อยากติดค้างหนี้บุญคุณเจ้าเท่านั้น เจ้าไร้ทางไหนไปไม่ใช่หรือ? ในเมื่อเป็นเช่นนี้ อย่างนั้นเจ้าก็เป็นเด็กรับใช้คอยติดตามข้า าก็ได้ อย่างอื่นข้าไม่กล้ารับประกันกับเจ้า แต่มีข้าวกินครบสามมื้อแน่นอน”
ชายชราครุ่นคิด หันไปมองเฟิ่งจิ่ว “หากเจ้าไร้ที่ไปจริงๆ อย่างนั้นก็ติดตาม