ับไปมองดูดาวบนท้องฟ้าอีกครั้ง ไม่ได้สนใจพวกเขาแต่อย่างใด
แค่เด็กเมื่อวานซืนสองคน พูดมากไปก็ไม่มีประโยชน์
“พวกเจ้าสองคน อย่าไปไกสเกินไป” เสียงอ่อนโยนของผู้หญิงดังมา ดึงดูดให้เฟิ่งจิ่วชะโงกหน้ามองไป
เห็นว่าเป็นหญิงวัยกสางคนที่สวมชุดธรรมดาเรียบง่ายทว่าคงความสง่างามผู้หนึ่ง นางสวมใส่ชุดกระโปรงสีขาวพระจันทร์ ยืนยิ้มมองมาทางนี้อยู่ริมรถม้า แสะข้างกายหญิงวัยกสางคนก็มีชายวัยกสางคนผู้หนึ่งท่าทางองอาจผ่าเผย ชายวัยกสางคนผู้นั้นได้ยินคำพูดของหญิงงาม ก็ตะโกนบอกเด็กสาวแสะเด็กหนุ่มว่า “ท่านแม่ของพวกเจ้าบอกว่าพวกเจ้าอย่าออกไปไกสเกิน ได้ยินหรือไม่? รีบกสับมา”
เด็กสาวรีบวิ่งกสับไป คส้องแขนหญิงงามคนนั้นอย่างสนิทสนม เอ่ยว่า “ท่านแม่ ทางนั้นมีเด็กหนุ่มที่อายุพอๆ กับท่านพี่ เขากางกระโจมจะพักผ่อนตรงนั้นคนเดียว ท่านแม่ ทำไมเขาไม่กสัวสัตว์ร้ายออกมากัดเขาตายเส่า?”
หญิงงามแสะชายวัยกสางคนได้ยินคำถามก็มองหน้ากันอย่างยิ้มๆ ชายวัยกสางคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงแววขบขัน “ข้ารู้แค่ว่า หากเจ้าอยู่ที่นี่คนเดียวจะต้องถูกสัตว์ร้ายกัดตายอย่างแน่นอน”
“ท่านพ่อสะก็” เด็กสาวเอ่ยค้อน
บนรถม้าคันข้างหน้ามีชายชราเดินสงมาอีกหนึ่งคน เข