เคยโง่ตอนไหน ข้าแค่ขี้เกียจใช้สมองก็เท่านั้นเอง”
จูอู่กลอกตาขึ้นฟ้า “ประเดี๋ยวฝากท่านถามพี่สะใภ้สี่ด้วยว่านางหยั่งเชิงได้ความว่าอย่างไรบ้าง จำเอาไว้ อย่าให้ใครรู้จนสงสัยมาถึงตัวพี่สะใภ้สี่”
คราวนี้จูซื่องุนงงจริง ๆ แล้ว ‘เมียเขาแค่คุยกับอีกฝ่ายไม่ใช่หรือ ทำไมกลายเป็นการหยั่งเชิงไปเสียอย่างนั้น?’
หันไปมองผู้หญิงทั้งสามที่ยังคุยกันอยู่ เขาครุ่นคิดอยู่นานก็ยังไม่เข้าใจ
คุยอยู่ด้วยกันแท้ ๆ เจ้าห้ากลับคิดว่าเมียเขาไป ‘หยั่งเชิง’ ขณะที่น้องสะใภ้ห้าถึงจะเป็นการ ‘คุยกัน’ จริง ๆ?
เขาดูไม่ออกเลยสักนิด
เหมือนที่จูอู่คาดเดาไว้ หลังจากจูต้าไปคุยกับจูเอ้อร์แล้วก็ไม่ได้โน้มน้าวฝ่ายหลังได้สำเร็จ
แต่ก็ไม่อาจพูดว่าจูต้าย้ายฝั่ง เขาเพียงเชื่อใจจูเอ้อร์มากกว่า เชื่อว่าจูเอ้อร์มีการวินิจฉัยของตัวเอง
“ตกลง ในเมื่อเจ้าพูดแบบนี้ รอท่านแม่กลับมา เจ้าอย่าลืมบอกท่านแม่ให้ชัดเจนด้วยว่านั่นเป็นการตัดสินใจของเจ้า ไม่ใช่ข้า ตอนนั้นข้าอยู่ข้างนอก”
“รู้แล้ว พี่ใหญ่ วางใจเถอะ ข้าไม่ให้ท่านแบกหม้อก้นดำหรอกน่า” จูเอ้อร์ยิ้มออกมาแล้วกล่าวว่า “ตั้งแต่เล็กจนโต ข้าเคยให้ท่านรับผิดแทนข้าด้วยหรือ? ถ้าจะรับผิดก็มีแต่รับผิดแทนน้อง ๆ คนอื่นนั่นแหละ”
จูต้าได้ยินเขาพูดถึงเรื่องสมัยเด็กก็รู้สึกอ่อนใจ “ช่วยไม่ได้นี่นา ใครใช้ให้ข้าเป็นพี่ใหญ่กันเล่า?”