ย่างไม่บ่ายเบี่ยงแม้แต่น้อยเช่นนี้เชียวหรือ? หรือไม่กลัวจะแพ้เขาเลยสักนิด? ชั่วขณะหนึ่ง สายตา ของเขาจับจ้องพิจารณาไปที่ตัวเฟิ่งจิ่วในชุดสีแดงอีกครั้ง เห็นอีกฝ่ายมีวรยุทธ์อยู่แค่ระดับปราชญ์เซียน ส่วนเขานั้นเป็นปราชญ์เซียนขั้นสูงสุดแล้ว จึงข่มความลังเลในใจ แล้วพ พ่นหายใจอย่างโล่งอกออกมา
เขาทำตามเฟิ่งจิ่ว เขียนชื่อของตนเองลงในส่วนท้าย รวมถึงรีดเลือดออกมาหนึ่งหยด เมื่อเลือดหยดนั้นของเขาถูกรีดออกมา หลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรที่อยู่กลางอากาศม้วนตัวขึ้นไปข ข้างบนด้วยตนเอง ราวกับมีคนม้วนเก็บมัน
“ตอนเพิ่งมาถึงที่นี่ ที่จริงข้าก็ไม่ได้คิดจะหาทาสรับใช้หรอกนะ แต่ในเมื่อมาหาถึงที่ อย่างนั้นข้าก็จะฝืนใจรับไว้ก็แล้วกัน!” เฟิ่งจิ่วเผยยิ้มไร้พิษภัยออกมา ทว่ารอยยิ้มนี ในสายตาของหลิงเทียนอวี่ กลับทำให้หัวใจของเขาหนักอึ้งจมดิ่ง
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” เขาขมวดคิ้ว สัมผัสได้ว่ากลิ