ก ตอนนี้ก็กินของดิบอีก ท้องจะเสียหรือไม่?”
“หึๆ” เฟิ่งจิ่วหัวเราะในลำคอ “อันนี้ เดาว่าอาจจะ น่าจะไม่กระมัง!” แม้จะพูดเช่นนี้ แต่สีหน้ากลับไปคนละทาง
ชายชราเห็นอย่างนั้นก็ทำท่าจะพูดอะไร แต่สีหน้าของเขากลับเปลี่ยนจากเขียวเป็นขาว ยกมือข้างหนึ่งขึ้นมากุมท้อง “ไม่ได้การๆ พูดถึงก็รู้สึกปวดท้องขึ้นมาเลย ข้าต้องไปทำธุระสักหน่อย” เอ่ยจบ เขาก็วิ่งหนีบขาเข้าไปในป่า
เฟิ่งจิ่วหัวเราะเบาๆ หยิบเรือเล็กลำนั้นขึ้นมาพินิจดู เห็นว่าเป็นอาวุธเซียนที่หายากชิ้นหนึ่งจริงๆ จึงเก็บเอาไว้ ตั้งใจว่าจะพักสักหน่อยแล้วค่อยออกทะเล
ทว่าขณะที่เธอกำลังเอนกายพักผ่อนอยู่บนพื้นทราย ทันใดนั้นก็รู้สึกได้ถึงดวงตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองเธอ เธอรีบลืมตาขึ้นมา ก็เห็นผู้ฝึกตนคนหนึ่งขี่กระบี่บินเข้ามา เขาทิ้งตัวลงจากกลางอากาศ และยืนมองเธออยู่ไม่ไกล
สายตาที่อีกฝ่ายมองเธอ ทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจนัก โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้นจ้องมาที่เท้าอันเปลือยเปล่าของเธอ ทำให้สีหน้าของเธอพลันเย็นชาลงมาทันที
“ท่านช่างไร้มารยาทนัก!” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนบนพื้นทราย
“แม่นางเหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่เพียงลำพัง?”
ผู้ฝึกตนคนนั้นสาวเดินเข้ามาช้า