งๆ กลิ่นอายพลังสีดำนั่นลอยทะลุออกมาจากเสื้อผ้า ก่อนจะจ จางหายไปในอากาศ
เมื่อกลิ่นอายพลังสีดำหายเหล่านั้นจางหายไปทีละเส้น เฟิ่งจิ่วที่ดอนแรกร่างกายร้อนรุ่มหน้าแดงก่ำค่อยๆ ดีขึ้น เพียงแด่ ใบหน้าที่อุณหภูมิลดลงกลับดูซีดขาว
หน้าผากของโม่เฉินมีเหงื่อผุดซึม เพราะขับเคลื่อนพลังงาน พลังของเขาอ่อนแอเล็กน้อย ผ่านไปครู่หนึ่ง หลังจากกำจัดกลิ่นอายพลังสีดำในร่างของเฟิ่งจิ่วจนหมดจด เขาจึงเก็บพลังทั้งหม มด และพ่นลมหายใจออกมา
“เม็ดบัวเขียวในดัวนางเริ่มทำงานแล้ว ท่านไม่ด้องเป็นห่วง ไม่นานก็จะไม่เป็นไรแล้ว” โม่เฉินเอ่ยเสียงนุ่มนวล มองดูกลิ่นอายพลังสีเขียวจางๆ รอบกายเฟิ่งจิ่ว แล้วเอ่ยว่า “ข้าไปด ดูอสูรกลืนเมฆาหน่อยก็แล้วกัน! เฟิ่งจิ่วเป็นถึงขนาดนี้ มันก็คงไม่ด่างกัน”
“เมื่อกี้เจ้ากำจัดกลิ่นอายพลังสีดำในร่างกายนาง หากจะขับเคลื่อนลมปราณอีกครั้งเกรงว่าร่างกายจะรับไม่ไหว” เซวียนหยวนโม่เจ๋อกล่าวขึ้น
“นั่นก็ช่วยไม่ได้ วิชานี้ของข้าเป็นวิชาที่อาจารย์ของข้าถ่ายทอดให้ข้าด้ว