“เซวียนหยวน เสี่ยวจิ่วเป็นอย่างไรบ้าง ร้ายแรงหรือไม่ ทางอสูรกลืนเมฆาอาการไม่ค่อยดี ตอนนี้เสี่ยวจิ่วเป็นอย่างไรบ้างแล้ว”
“เข้ามาเถอะ!” เสียงของเซวียนหยวนโม่เจ๋อดังมา กลุ่มคนข้างนอกเดินตามกวนสีหลิ่นเข้ามา
ชั่วพริบตา ในห้องเบียดเสียดไปด้วยคนมากมาย หัวหน้าองครักษ์เฟิ่งทั้งแปด รวมถึงพวกเหลิ่งหวาและตู้ฝาน ยังมีกวนสีหลิ่นกับเยี่ยจิง ทั้งหมดสิบคนรุมล้อมเข้ามา
บนเตียง เฟิ่งจิ่วห่มผ้าห่มไว้ บนหน้าผากมีผ้าเย็นวางทับ สีหน้าแดงเรื่อเพราะพิษไข้ กลีบปากกลับซีดขาว พวกเขาเข้ามากันมากมายขนาดนี้ นางก็ยังไม่ลืมตา เพียงขมวดคิ้วเล็กน้อย สีหน้าดูทุกข์ทรมานหลายส่วน
“ข้าดูหน่อย”
ฟ่านหลินที่รู้วิชาแพทย์เข้าไปตรวจชีพจรให้เฟิ่งจิ่ว จากนั้นก็ตรวจสอบบาดแผลให้นาง ผ่านไปครู่หนึ่ง ขาเอ่ยกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อด้วยสีหน้าหนักอึ้ง “เหมือนกับอสูรกลืนเมฆา ไม่มีร่องรอยถูกพิษ แต่บาดแผลบวม มีกลิ่นอายสีดำกระจายอยู่รอบปากแผล ความรู้ของข้าตื้นเขิน ไม่รู้ว่ากลิ่นอายสีดำคืออะไร ด้วยเหตุนี้จึงไม่อาจใช้ยาให้ถูกอาการได้”
“ดูท่าแล้วต้องเป็นเพราะกลิ่นอายสีดำที่อยู่รอบปากแผลนี้แน่ๆ” กวนสีหลิ่นว่า “แต่ก่อนเสี่ยวจิ่วแม้จะได้รับบาดเจ็บ ก็จะหายอย่างรว