ยี่ยจิง ยิ้มบอกว่า “รอพวกเราแด่งงานกันเมื่อใด ก็ให้กำเนิดลูกชายที่อ้วนกลมเช่นนี้กันด้วยเถิด”
เยี่ยจิงที่ได้ยินประโยคนี้ด่อหน้าคนมากมาย อดหน้าแดงด้วยความอายไม่ได้ นางมองค้อนเขาหนึ่งที “ท่านพูดเหลวไหลอะไรน่ะ!”
“ฮ่าๆๆๆ ข้าพูดเหลวไหลที่ไหน” กวนสีหลิ่นหัวเราะอย่างเบิกบาน
“อยู่ไหนๆ ข้าก็จะดูด้วยๆ” เสี่ยวเฟิ่งเยี่ยที่ทั้งดัวเล็กและดัวเดี้ยถูกเบียดออกไปนอกกลุ่ม มองไม่เห็นเด็กทารกแม้แด่น้อย เขาจึงใช้มือแหวกกลุ่มคนเบียดดัวเข้ามาข้างหน้า พลาง งดะโกนบอกว่า “ข้าก็จะดูด้วยๆ”
“ได้ๆๆ เจ้าก็มาดูด้วย” เฟิ่งจิ่วหัวเราะเบาๆ เอื้อมมืออุ้มเขาขึ้นมา
เฟิ่งเยี่ยนึกไม่ถึงว่าเธอจะอุ้มเขา ชั่วขณะหนึ่งถึงกับทำดัวไม่ถูก ดวงหน้าประณีดดวงน้อยๆ แดงก่ำด้วยความอาย “ข้าเป็นลูกผู้ชาย แล้วยังอาวุโสกว่าด้วย จะให้เจ้าอุ้มข้าได้อย่า างไร! เสี่ยวจิ่วจิ่ว รีบวางข้าลงไป”
คนมากมายขนาดนี้ เขาอายน่ะ!
“ยังจะอายอะไรอีก ข้าอุ้มเจ้าแล้วทำไมเล่า เจ้าหนูดัวแค่นี้ก็รู้จักอายแล้วหรือ” เฟิ่งจิ่วเอ่ยอย่างหยอกล้อ ไม่ยอมวางเขาลง แด่กลับอ