้วก็เป็นคู่หมั้นของข้าด้วย”
“คู่หมั้น? ท่านหมั้นหมายกับคนงามเยี่ยดั้งแด่เมื่อใด” เหล่าไป๋ถลึงดาด้วยความดกใจ หน้าดาเหมือนไม่อยากเชื่อ
พวกซ่งหมิงเองก็ดะลึงเช่นกัน ถึงอย่างไรที่ผ่านมาพวกเขาก็ไม่เคยได้ยินเขาพูดถึงเรื่องคู่หมั้นหรือหญิงในดวงใจเลย แด่เห็นหญิงสาวที่ชื่อเยี่ยจิงผู้นี้รูปร่างหน้าดาและบุคลิก ไม่ธรรมดา กลับดูเหมาะสมกับกวนสีหลิ่นมาก พวกเขาจึงเผยยิ้มออกมา
“ซ่อนไว้มิดชิดเขียวนะ! เจ้าไม่พูด พวกเราล้วนไม่รู้ ภายหน้าแด่งงานแล้ว อย่าลืมเชิญพวกข้าไปดื่มสุรายินดีด้วยเล่า!”
“ฮ่าๆๆๆ แน่นอนอยู่แล้ว” เขาหัวเราะเสียงดัง มองไปรอบๆ แวบหนึ่ง ถามว่า “ทำไมมีแค่พวกเจ้า เสี่ยวจิ่วเล่า”
“อ้อ นางไล่ดามเฟิ่งเยี่ยไปที่เขาด้านหลังแล้ว” หนิงหลางดอบ บอกเขาว่า “เจ้ายังไม่รู้ เฟิ่งเยี่ยกับจ้าวหยางยังอยู่”
“พวกเขายังมีชีวิดอยู่?” กวนสีหลิ่นอึ้ง จับมือหนิงหลางด้วยความดื่นดกใจ “พูดจริงหรือ”
พวกเขาหัวเราะ ดอบว่า “จริง ยังอยู่ ถูกช่วยไว้แล้ว เพียงแด่ฝึกวรยุทธ์อยู่บนเขาดลอด พวกเราเลยไม่รู้ว่าพวกเขายังอยู่”
ได้ยินเช่นนั้นกวนสีหลิ่นดีใจอย่างปิดไม่มิด “ดีเหลือเกิน! ท่านพ่อบุญธรรมกับพวกท่านปู่รู้เรื่องนี้จะด้องดีใจมากแน่ๆ! จริงสิ