องเฟิ่งเยี่ย พลางวางค่ายกลไว้ในบริเวณนี้ ตั้งใจจะทดสอบ บความสามารถในการรับมือเฉพาะหน้าของเขา
เฟิ่งเยี่ยที่อยู่ข้างหน้าปาดเหงื่อก่อนหันมองข้างหลัง กลับเห็นว่าไม่มีเงาของเฟิ่งจิ่วอยู่ตรงนั้นแล้ว เขาร้องเอ๊ะด้วยความแปลกใจ จากนั้นก็หยุดวิ่ง “ไปไหนเสียแล้ว เมื่อครู่ย ยังอยู่แท้ๆ”
เขาหันไปมองรอบๆ ทันใดนั้น จู่ๆ คนที่ควรอยู่ข้างหลังกลับไปโผล่อยู่ด้านหน้าในจุดที่อยู่ไม่ไกลมาก เขาตกใจจนหัวใจดวงน้อยๆ เต้นรัว ร้อง “ว๊าก!” ก่อนจะรีบสาวเท้าออกวิ่งทั นที
เฟิ่งจิ่วหยักยิ้มมุมปาก ไล่ตามอยู่ข้างหลัง ต้อนเขาเข้าไปในค่ายกลที่เธอเพิ่งสร้างเมื่อกี้ทีละก้าวๆ
เฟิ่งเยี่ยที่มัวแต่วิ่งหนีเพื่อไม่ให้เฟิ่งจิ่วจับได้ รู้ตัวเสียที่ไหนว่าทางที่วิ่งผ่านเมื่อครู่จู่ๆ ก็ถูกวางค่ายกลเสียแล้ว? ยิ่งไปกว่านั้น มนุษย์ตัวน้อยๆ อย่างเขา ของอย่ างค่ายกลนั้นยังไม่เคยเรียน ย่อมไม่รู้จักอยู่แล้ว
ด้วยเหตุนี้ พอหลงกลเข้าไปในค่ายกล เขาก็งงงันไปทันที เขายืนยิ่งค้างอยู่กับที่ ดวงตากลมโตมกระพริบปริบๆ ตะโกนเรียกด้วยความแตกตื่น “เสี่ยวจิ่วจิ่ว!”
………………………………….