เกี่ยวกับค่ายกลนี้ได้แล้ว ก็เริ่มทำลายค่ายกลด้วยนานาวิธี สองคนนี้ คนหนึ่งว่าง คนหนึ่งจริงจัง ชั่วขณะหนึ่งกลับลืมคนข้างนอกไปเสียสิ้นแล้ว
ยามพลบค่ำ กวนสีหลิ่นที่พาเยี่ยจิงมาถึงเขตแดนสำนักดาราจักรแล้วเห็นว่าที่นี่กลับมีเขตอาคมคุ้มกันอยู่ จึงอดแปลกใจไม่ได้ เขาหมายจะเดินเข้าไป ก็เห็นศิษย์ในสำนักกลุ่มหนึ่ง งถือกระบี่ทิ้งตัวลงเบื้องหน้าพวกเขา
“พวกเจ้าเป็นใคร! มาที่นี่ทำไม!”
พวกเขาท่าทางดุดัน น้ำเสียงแฝงแววตะคอก จ้องกวนสีหลิ่นกับเยี่ยจิงอย่างหวาดระแวง ตอนนี้ทุกอย่างในสำนักยังไม่เข้าที่เข้าทาง ย่อมไม่ต้องการให้มีคนนอกเข้ามา หลีกเลี่ยงการฉวยโอกาส สตอนชุลมุนทำเรื่องที่พวกเขาคาดไม่ถึง
“ข้าคือกวนสีหลิ่น มาเพื่อพบเฟิ่งจิ่วน้องสาวบุญธรรมของข้า” กวนสีหลิ่นรายงานชื่อแซ่ของตนเอง จ้องกลุ่มคนตรงหน้าด้วยสายตาคมปราบ
ได้ยินกวนสีหลิ่นพูด พวกเขาตกตะลึง “เจ้าคือกวนสีหลิ่น?” พวกเขาอดอุทานเสียงเบาไม่ได้ สายตาแต่ละคู่มองสำรวจเขาอย่างฉงนฉงาย
“ใช่แล้ว” กวนสีหลิ่นรับคำ มองพวกเขา ก่อนถามว่า “เฟิ่งจิ่วยังอยู่ในสำนักของพวกเจ้ากระมัง”
“อยู่ๆ นางยังอยู่ ยังไม่กลับไป” ศิษย์คนหนึ่งรับคำ ก้าวเข้ามาเปิดมุมหนึ่งของเขตอาคมเพื่อให้กว