และ ‘ปลอบโยน’ ต่างหาก อีกทั้งท่านแม่ของข้ายัง…”
“ผายลม! โกหกด้วยเจตนาดีรึ สุดท้ายมันก็คือการโกหกไม่ใช่หรือ?” จูชีขุ่นเคืองไม่น้อยเมื่อเห็นว่าอวี๋จิ้งฉีกล่าวคำหยาบคาย
เยี่ยนเหออันเห็นทั้งสองทะเลาะกันเช่นนี้ เขาได้แต่ยกมือลูบศีรษะอย่างทำอะไรไม่ถูก
สองคนนี้… เกิดมาเพื่อสร้างความยุ่งยากงั้นหรือ?
ซุ่นเต๋อยังเด็ก สำหรับเขาแล้วมันเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่สิ่งที่จิ้งฉีทำคืออะไร?
เหตุใดเขาจึงยิ่งทำตัวราวกับเด็ก ยืนหยัดต่อสู้กับซุ่นเต๋ออย่างไม่ยอมแพ้?
หลังจากโต้เถียงกันครู่หนึ่ง ทั้งสองก็พ่นลมหายใจใส่กันด้วยความเย็นชา “หึ!”
เวลานี้พวกเขาเมินหน้าหนีราวกับไม่สนใจกันแล้ว
เยี่ยนเหออันมองทั้งสองคนด้วยความโกรธ ก่อนจะหันมองจูซานแล้วพูดว่า “พี่สาม ท่านเห็นหรือไม่ว่าพวกเขาเหมือนกันราวกับแกะ”
จูซานเห็นอีกฝ่ายจับจ้องเช่นนั้นจึงพยักหน้ารับ “ถูกต้อง เหมือนกันจนแยกไม่ออก”
“ข้าจำได้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาพบกันไม่ใช่หรือ?”
“อืม นี่คือครั้งแรก ข้าขอรับรองว่าเจ้าเจ็ดไม่เคยพบเจอกับคุณชายอวี๋มาก่อน”
ทันทีที่อวี๋จิ้งฉีได้ยินเช่นนั้น เขาจึงตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดแปลกไป เวลานี้เขาหันกลับมาอย่างไม่พอใจ “สหายเยี่ยน เจ้าหมายความว่าอย่างไร? ผู้ใดที่เหมือนกันราวกับถอดพิมพ์มา? เหมือนกันอย่างไร? แล้วข้าน่ะหรือที่เหมือนเขา?”
“แล้วไม่เหมือนกันงั้นหรือ?” เยี่ยนเหออันชี้ทั้งสองคนสลับไปมาก่อนจะกล่าวว่า “ดูหน้าตาพวกเจ