้าสองคนสิ พวกเจ้าทั้งคู่ดูโกรธ และยังไม่ยินยอมต่อกัน ทั้งหมดนี้ราวกับแกะออกมาจากพิมพ์เดียวกันไม่มีผิดเพี้ยน นี่ยังไม่เรียกว่าเหมือนกันอย่างกับแกะอีกหรือ?”
“ผู้ใดอยากจะเหมือนเขา? ข้ากำลังโกรธ!” อวี๋จิ้งฉีปฏิเสธทันที “อีกทั้งข้าไม่สามารถพูดคุยกับเขาได้เพียงเพราะท่านเป็นมิตรกับเขา”
เยี่ยนเหออันโบกมือเบา ๆ “ข้าเพียงแค่บอกว่าเจ้าสองคนเหมือนกันมากเวลาโกรธ เจ้าคงไม่คิดว่าข้าลำเอียงใช่หรือไม่?”
“แต่… เมื่อครู่เจ้าเพิ่งบอกว่าเราสองคนเหมือนกันอย่างกับแกะ”
“ข้าเพียงกล่าวลอย ๆ และไม่ได้พูดเจาะจงถึงผู้ใด แต่การที่เจ้าร้อนรนเช่นนี้หมายความอย่างไรเล่า?” เยี่ยนเหออันเริ่มตั้งท่าโต้ตอบอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน
ทว่าอวี๋จิ้งฉีกลับกลายเป็นใบ้ ไม่อาจโต้เถียงกลับไปได้
เห็นได้ชัดว่าเขาสัมผัสได้ ถ้อยคำที่เยี่ยนเหออันกล่าวออกมาหมายถึงเขา แต่เขากลับไม่มีสิทธิ์ต่อว่าอีกฝ่าย
และวันนี้เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับ ‘จูซุ่นเต๋อ’
ผู้ใดก็เล่าขานว่าชายผู้นี้ ‘ร้ายกาจ’ ‘เจ้าเล่ห์’ และยัง ‘มากเล่ห์เหลี่ยม’ แต่เวลานี้เขาไม่มั่นใจนักว่าทั้งหมดเป็นเพียงภาพลวงตาที่ผู้อื่นมองเห็นหรือไม่? เขารู้สึกเพียงว่าชายคนนี้ ‘โง่เขลา’ และยังดื้อด้านอีกด้วย
เยี่ยนเหออันออกจากโรงม้า และพาอวี๋จิ้งฉีไปส่งที่รถม้าตระกูลอวี๋
เวลานี้อวี๋จิ้งฉียังคงไม่เลิกเสียใจ จนกระทั่งรถม้ากำลังจะเคลื่อนออก “สหายเยี่ยน อย่าได้ปฏิเสธเลย เจ้าเป็นคนลำเอียง!”
เยี่ยน