้าด้วย? ข้าไม่ได้ล่วงเกินเจ้าเสียหน่อย”
“ใครว่าเจ้าไม่ได้ล่วงเกินข้า? เจ้าล่วงเกินข้าแล้ว ไม่รู้ตัวเรอะ?”
“ข้าไปล่วงเกินเจ้าตอนไหน? ข้าไม่รู้จักเจ้าด้วยซ้ำ แล้วจะไปล่วงเกินเจ้าได้อย่างไร?”
“เฮอะ! เจ้าไม่รู้จักข้า แต่เจ้าแย่งตำแหน่งของข้าไป” เขาเชิดคางขึ้น กล่าวอย่างขุ่นเคืองว่า “ศิษย์ปิดสำนักของผู้อาวุโสสวีเดิมทีสมควรเป็นข้าเจียงจิ่งถง เจ้ารู้ไหม?”
“ไม่รู้” จูชีตอบอย่างตรงไปตรงมา “อาจารย์ไม่ได้บอกข้า…”
“ไม่ได้บอกเจ้า เจ้าก็กล้าแย่ง? เจ้าไม่เห็นข้าเจียงจิ่งถงคนนี้อยู่ในสายตาเลยใช่ไหม?” เจียงจิ่งถงถามคาดคั้น พลางจิ้มนิ้วใส่อกจูชี
คนที่มาด้วยกันตีวงล้อมเป็นรูปพัด ย่างสามขุมเข้ามาหาจูชี
พวกเขาพูดเสียดสีไปทีละคน “เจ้าหน้าอ่อน ร้ายกาจนี่ แม้แต่ตำแหน่งของนายน้อยเจียงของพวกข้ายังกล้ามาแย่ง”
“ใช่แล้ว รู้ไหมว่านายน้อยเจียงของพวกข้าเป็นใคร? เขาเป็นญาติกับข้าหลวงฉิน ผู้ว่าการมณฑลหลวนโจวของพวกข้าเชียวนะ”
“คางคกริจะกินเนื้อห่านฟ้า*[1] ไม่รู้จักดูสารรูปของตัวเองเสียบ้าง”
……
“เหออันล่ะ? เหออันอยู่ที่ไหน? พวกเจ้าบอกว่าเหออันอยู่ที่นี่ไม่ใช่หรือ พวกเจ้าคงไม่ได้โกหกข้าหรอกนะ?” ถึงตอนนี้จูชีค่อยรู้สึกตัวว่าเขาถูกคนพวกนี้หลอกเข้าเสียแล้ว
เขาเศร้าใจอยู่บ้าง ทำไมอีกฝ่ายต้องโกหกเขาด้วย
แม้เขาจะกราบผู้อาวุโสสวีเป็นอาจารย์ แต่นั่นเป็นเพราะผู้อาวุโสสวีต้องการรับเขาเป็นศิษย์ปิดสำนักนี่นา ไม่เกี่ยวกับเขาเสียหน