อีกเดี๋ยวข้าจะชี้แจงให้คุณชายอี้ทราบ อีกไม่กี่วัน พวกต้วนเยี่ยก็จะกลับมา เมื่อถึงตอนนั้นที่นี่ก็จะคึกคักแล้ว”
อี้ซิวหร่านไม่ถามอะไรมากอย่างรู้ความ เพียงเดินตามเขาเข้าไปข้างใน…
ในอีกด้านหนึ่ง เฟิ่งจิ่วที่เดินทางหามรุ่งหามค่ำกำลังขี่กระบี่บินตามฮุ่นหยวนจื่อไป พวกเขาโฉบผ่านเหนือท้องฟ้ายามราตรีไปอย่างเงียบงัน มุ่งหน้าไปยังที่ห่างไกล
หลายวันต่อมา
“ตาเฒ่า ทิศทางนี้ถูกต้องแล้วจริงหรือ” เฟิ่งจิ่วหันไปมองป่าทึบที่กว้างไกลสุดลุกหูลูกตา เหตุใดดูไม่เหมือนที่ที่คนอยู่
“วางใจเถอะ! ไม่ผิดแน่ เมื่อนานมาแล้วข้าเคยมาครั้งหนึ่ง ไม่อย่างนั้นจะรู้ได้อย่างไรว่าที่นี่ประหลาด” ฮุ่นหยวนจื่อดื่มสุรา พลางชำเลืองมองข้างล่าง เอ่ยว่า “ยังเร็วไป! อย่างน้อยก็ต้องอีกสองสามวันกว่าจะถึง” เอ่ยจบ ท้องก็ส่งเสียงร้องโครกคราก
ได้ยินเสียงนั้น ฮุ่นหยวนจื่อยิ้มเจื่อนๆ “สองวันนี้ไม่ได้กินเนื้อเลย…”
เฟิ่งจิ่วมองลงไปข้างล่าง เอ่ยว่า “ข้างล่างนี้น่าจะมีสัตว์ป่า ลงไปพักผ่อนครู่หนึ่ง ล่าสัตว์ป่ามากินสักสองตัวเถอะ!”
“ดีเลย!” เขาดวงตาเป็นประกายขึ้นมา รอยยิ้มเต็มใบหน้า “ไม่ได้กินฝีมือเจ้ามานานแล้ว”
“ท่านไปเก็บฟืนจุดไฟ ข้าไปล่าสัตว์” เมื่อลงมาถึงข้างล