ือกันเช่นนั้นจริง ๆ” เห็นอีกฝ่ายมีท่าทางดีอกดีใจ เยี่ยนเหออันก็เผยยิ้มออกมา
“ว้าว! ท่านแม่ ท่านได้ยินไหมขอรับ พวกเขาบอกว่าข้าร้ายกาจมาก!” จูชีกระโดดไปหาเย่อวี๋หรานอย่างไม่อาจระงับความตื่นเต้น
เย่อวี๋หรานยิ้ม “ได้ยินแล้ว ได้ยินแล้ว เจ้าร้ายกาจมาก กลายเป็นอัจฉริยะดาวล้านดวงไปแล้ว!”
“อัจฉริยะดาวล้านดวงหมายความว่าอย่างไรขอรับ?”
“หมายความว่าปัญญาของเจ้ามีมากมายเหมือนดวงดาวบนท้องฟ้าอย่างไรเล่า” เย่อวี๋หรานอธิบายอย่างอ่อนใจ
“ฮ่า ๆๆ…” จูชีหัวเราะเบิกบานใจยิ่งกว่าเดิม บ่นพึมพำซ้ำไปซ้ำมา “ข้าคืออัจฉริยะดาวล้านดวง ข้าคืออัจฉริยะดาวล้านดวง ข้าคืออัจฉริยะดาวล้านดวง…”
เห็นเขาดีใจเช่นนั้น ทุกคนจึงไม่ได้พูดขัด ปล่อยให้เขาดีอกดีใจต่อไป
ผ่านไปสักพัก เยี่ยนเหออันค่อยบอกความกังวลใจของตนออกมา
คำกล่าวขานเช่นนี้หาใช่เรื่องดีไม่
กล่าวกันว่าข่าวลือสามารถฆ่าคนได้ จูชีใสซื่อปานนี้ ถ้าถูกคนจ้องทำร้ายจากในที่ลับ เขาไม่อาจต่อกรได้เลย
“ชื่อเสียงแท้จริงคือทุกขลาภ เมื่อเวลาผ่านไปเกรงว่าคงไม่ใช่เรื่องดีสำหรับซุ่นเต๋อ”
เขากล่าวอย่างอ้อมค้อม ไม่ได้บอกว่าเป็น ‘ข่าวลือ’ เพียงบอกว่าเป็น ‘ชื่อเสียง’ เท่านั้น
แต่เย่อวี๋หรานกับจูซานฟังเข้าใจแล้ว
ไม่มีความสามารถเช่นนั้น แต่กลับต้องแบกรับชื่อเสียงเช่นนั้น ก็อาจก่อให้เกิดเรื่องยุ่งยากตามมาได้ง่าย ๆ
“ไม่ผิด เห็นทีหลังจากนี้พวกเราคงต้องใส่ใจกันให้มากหน่อย” เย่อวี๋หรานทอดถอนใจ “