ารย์กู่เป็นใครกัน มีใครสามารถตบตาพวกเขาได้ด้วยหรือ?”
“ถึงจะพูดแบบนี้ แต่สี่ขายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง…ผู้ใดจะไปรู้ว่าพวกเขาไม่ได้มองคนผิดไป?”
“เจ้าคิดว่าเป็นไปได้?” เยี่ยนเหออันถามกลับ
“ทำไมจะเป็นไปไม่ได้? คนเราจะไม่เคยทำผิดพลาดเลยได้อย่างไร?”
“ได้ ข้าเถียงไม่สู้เจ้า แต่รอจนเจ้าได้พบซุ่นเต๋อแล้วค่อยพูดดีหรือไม่? ได้เจอคนแล้วถ้าเจ้ายังคิดว่าไม่เหมาะสม ข้าจะลองพิจารณาดู”
เดิมทีอวี๋จิ้งฉีต้องการพูดว่า กระทั่งผู้อาวุโสสวีกับอาจารย์กู่ยังมองโฉมหน้าที่แท้จริงของเขาไม่ออก แล้วจะมองคนออกได้อย่างไร?
แต่เห็นเยี่ยนเหออันยืนยันหนักแน่นเช่นนี้ รอให้เขาพบคนก่อน ถึงตอนนั้นค่อยแสดงออกว่าสงสัยต่อไป เยี่ยนเหออันยังจะไม่เชื่อเขา?
ด้วยเหตุนี้ อวี๋จิ้งฉีจึงพยักหน้า
เมื่อเยี่ยนเหออันกลับไปถึงเรือนหลิ่วหลงจิ้งก็นำเรื่องนี้ไปบอกกล่าวแก่คนสกุลจู เย่อวี๋หรานกับจูซานหัวเราะลั่น กระทั่งจูชีก็ยังระเบิดหัวเราะออกมา
“ฮ่า ๆๆ…ข้างนอกนั่นพูดถึงข้าแบบนี้?” จูชีกระโดดไปถึงข้างหน้าเยี่ยนเหออันอย่างดีอกดีใจ ถามอย่างตื่นเต้นว่า “ในสายตาพวกเขา ข้าร้ายกาจขนาดนั้นเลย?”
แล้วคิดถึงว่าในอดีตคนในหมู่บ้านยังพูดว่าเขาเป็น ‘คนสมองทึ่ม’ ตอนนี้กลับกลายเป็น ‘คนเจ้าแผนการ’ ในสายตาทุกคนเสียอย่างนั้น เรื่องนี้เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่สำหรับจูชียิ่งนัก
เขาแทบอยากวิ่งออกไปไล่ถามทีละคนว่าเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่เสียเดี๋ยวนั้น
“ใช่ ล