้ พวกเขาไม่รู้เงื่อนไขในการคัดเลือกของอีกฝ่าย และไม่รู้ว่าในหมู่พวกเขานี้จะมีคนถูกรับกี่คน
“นายท่าน พาคนมาแล้ว” กู่เสียงคารวะอย่างนอบน้อม ถอยไปด้านหนึ่ง ให้สิบคนข้างๆ ก้าวเข้าไป
คนทั้งสิบเมื่อเห็นเงาร่างสีแดงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ รวมถึงดวงหน้าที่งดงามล้ำเลิศนั่น ต่างก็อดตะลึงไม่ได้ มีคนหลุดปากโพล่งออกไปว่า “จะ เจ้าก็คือผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่หรือ”
“บังอาจ!”
ผู้นำตระกูลเฒ่าที่อยู่ด้านหนึ่งตวาดเสียงเข้ม จับจ้องผู้ฝึกตนคนนั้นด้วยสายตาเกรี้ยวกราด แรงกดดันของปราชญ์เซียนแผ่ปกคลุมออกไป ทำให้ผู้ฝึกตนคนนั้นหน้าซีดขาว รู้สึกได้เพียงแรงกดดันที่กดทับลงมาจากข้างบน ขาทั้งสองข้างอ่อนแรง ก่อนจะคุกเข่าลงไปกับพื้นเสียงดัง
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ ยกมือข้างหนึ่งเท้าคาง เอ่ยว่า “เงยหน้าขึ้นมามองข้า ลองบอกมา เหตุใดเจ้าจึงอยากเข้ามาอยู่ในเมืองเฟิ่ง เป็นลูกน้องของข้า”
ผู้นำตระกูลเฒ่าเห็นนายท่านถามคำถาม จึงเก็บแรงกดดันกลับมา ทำให้คนคนนั้นได้หอบหายใจ
“เพราะเจ้าแข็งแกร่ง อีกอย่าง ข้ารู้ว่าเมืองเฟิ่งยังมีคนไม่มาก ฉะนั้นจึงอยากเข้ามาร่วมด้วย” เขาเงยหน้ามองคนที่อยู่บนเก้าอี้ ตอบออกไปตามตรง เพียงแต่ เมื่อมองใบหน้านั้น กอปรกับเห็นว่า