ระหลาดใจเล็กน้อย นึกไม่ถึงว่าพวกเขาสองคนวิ่งอ้อมป่าอสูรไปรอบเดียว กลับมีสัตว์ร้ายตามออกมามากมายขนาดนี้
ฝั่งเธอมีสัตว์ร้ายหนึ่งร้อยตัว ถึงแม้ฝั่งกู่เสียงจะมีแค่ไม่กี่สิบตัว เดาว่าจำนวนนี้ก็มากพอที่ช่วยพวกเขาทำลายเมืองภูเขานิลได้แล้ว
เมื่อนึกถึงว่าพวกเขาล่อสัตว์ร้ายฝูงนี้บุกตรงไปยังเมืองภูเขานิลทั้งอย่างนี้ เฟิ่งจิ่วอดยิ้มมุมปากไม่ได้ “ช่างน่าตื่นเต้นจริงๆ!”
ห่างออกไปจากที่นี่ไม่ไกลนัก ครั้นสัมผัสได้ถึงแผ่นดินที่กำลังสะเทือน รวมถึงได้ยินเสียงคำรามที่ดังก้องอยู่ในป่า ผู้ฝึกวิชามารกลุ่มหนึ่งต่างชะงักเท้าด้วยความตกใจกลัวไม่ได้ “เกิดอะไรขึ้น? เสียงนี้มัน…หรือว่าคลื่นสัตว์ร้าย?”
“ไป! เจ้าไปสำรวจข้างหน้าหน่อย!” ผู้ฝึกวิชามารที่เป็นหัวหน้าชี้นิ้วสั่งให้หนึ่งในกลุ่มไปสำรวจสถานการณ์ข้างหน้า
ผู้ฝึกวิชามารคนนั้นที่ถูกชี้ตัวฝืนใจเหาะไปข้างหน้า ตามหาไปตามเสียง แต่ขณะที่เขาเพิ่งจะออกมาได้ประมาณสามสิบจั้ง จู่ๆ ก็เห็นเด็กหนุ่มชุดเขียวคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนขนนกที่ส่องแสงเรืองรองหลากสีมองมาทางเขาอย่างงุนงง สายตานั้นแฝงไว้ด้วยความแปลกใจและสงสาร
“นี่! เกิดอะไรขึ้นทางนั้น?” หลังสะกดสังหรณ์ใจที่ไม่ดีนั่นไว้ เขาหันไปตะโกน