ารวะจูต้าเหนียง คารวะทุกคนจะเหมาะกว่า”
“ฮ่า ๆๆๆ…เจ้าสาม เจ้าเจ็ด พวกเจ้าดูสิ คุณชายเยี่ยนช่างฉลาดพูดยิ่งนัก ทั้งที่เป็นผลงานของเขาแท้ ๆ แต่พอเขาพูดเช่นนี้กลับกลายเป็นความชอบของพวกเราเสียอย่างนั้น” เย่อวี๋หรานหัวเราะ “ไม่ว่าจะพูดอย่างไร จอกนี้ก็คารวะท่านแล้ว”
นางดื่มชารวดเดียวหมดจอกโดยไม่พูดอะไรอีก
เยี่ยนเหออันจนปัญญา ได้แต่ยกจอกขึ้นมาดื่มรวดเดียวเช่นกัน “ได้ จอกนี้คารวะข้า เช่นนั้นจอกนี้ก็สมควรคารวะจูต้าเหนียงได้แล้วกระมัง?”
คนทั้งสี่ที่นั่งร่วมโต๊ะกัน ท่านคารวะข้า ข้าคารวะท่าน อาหารบนโต๊ะยังไม่ทันพร่องกลับคารวะกันครบรอบก่อนแล้ว
กินดื่มอิ่มหนำสำราญ มิตรภาพก็แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
บางครั้งคนเราก็อาศัยวัฒนธรรมบนโต๊ะสุราเช่นนี้ สุราลงท้องปากเอ่ยคำสัตย์ แลกเปลี่ยนความลับระหว่างกัน ความสัมพันธ์ก็พลอยแนบชิดกว่าเดิม
แม้เยี่ยนเหออัน จูซาน และจูชีจะไม่ได้ดื่มจนเมามาย แต่ก็ดื่มจนหนำใจยิ่ง ดื่มจนถึงตอนท้ายก็เอาไหล่มาชนกันแล้ว
เย่อวี๋หรานเห็นสภาพพวกเขาก็ทราบว่าตนเองไม่เหมาะจะรั้งอยู่ต่อไปจึงร้องเรียกซุ่ยเอ๋อ ให้คนไปส่งตัวเองกลับห้องพัก
เรื่องของสกุลเฉินสิ้นสุดลง แต่สำหรับจูชี ความท้าทายของเขาเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น
เยี่ยนเหออัน ‘ปูทาง’ ทำให้ชื่อเสียงของจูชีเป็นที่รู้จักอยู่ก่อนแล้ว หลังจากนั้นยังมีคดีความเช่นนี้อีก ทำให้นาม ‘จูซุ่นเต๋อ’ ดังกระฉ่อนในหมู่ปัญญาชนอีกครั้ง
มีคนคาดเดาว่า “จูซุ่นเต๋อผู้นี้มีคว