้างหลังพวกเรา เดาว่าคงอยู่ไม่ไกลกันมาก” ผู้ฝึกวิชามารอีกคนว่า
“เอาล่ะๆ หยุดพูดมากกันได้แล้ว ไปกันเถอะๆ! ไม่ได้กินเนื้อมาหลายวันแล้ว คราวนี้ จะต้องล่ากลับไปให้ได้” ผู้ฝึกวิชามารที่เป็นหัวหน้าเอ่ย สาวเท้ายาวๆ เดินไปข้างหน้า จากนั้นคนข้างหลังก็ตามเขาไป
แต่ทว่า เฟิ่งจิ่วที่เข้าไปในป่าอสูรได้มอบรองเท้าตามเมฆให้กู่เสียงคู่หนึ่ง กำชับว่า “เมื่อถึงเวลาแล้วให้ล่อสัตว์ร้ายไปที่ขอบเขตอาคม จำไว้ให้ดี เมื่อถึงเวลาให้ใช้รองเท้าตามเมฆวิ่ง ไม่ต้องสู้กับสัตว์ร้ายพวกนั้น แค่วิ่งให้พวกมันตามก็พอแล้ว”
กู่เสียงได้ยินแผนการของเฟิ่งจิ่วก็อดเหงื่อไหลเต็มหน้าผากไม่ได้ “นายท่าน วิธีนี้จะได้ผลจริงหรือ? จากที่นี่ไปถึงป่าภูเขานิลต้องใช้เวลาเดินทางถึงสองวัน นี่จะล่อสัตว์ร้ายพวกนี้ออกไปหมด ฟังดูแล้ว…”
“วางใจเถอะ! เจ้าแค่ทำตามที่ข้าบอกก็พอแล้ว จำไว้ วิ่งให้สุดชีวิต ไปถึงข้างหน้ายังต้องอาศัยพลังเร้นลับของเจ้ามาเปิดเขตอาคมด้วย” เฟิ่งจิ่วตบไหล่เขา เทน้ำยาในขวดทาบนตัวกู่เสียง
………………………………….